ความเห็น: 1
รู้จักคอมพิวเตอร์/อุปกรณ์และการดูแลการใช้งานของอุปกรณ์
รู้จักคอมพิวเตอร์/อุปกรณ์และการดูแลการใช้งานของอุปกรณ์
ส่วนประกอบของคอมฯโดยทั่วไปประกอบด้วย 2ส่วนด้วยกัน
ส่วนที่1คือ ฮาร์ดแวร์ หมายถึงตัวเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆของคอมฯทุกๆชิ้นที่เราสามารถจับต้องหรือสัมผัสได้เช่น คีย์บอร์ด จอภาพ เครื่องพิมพ์ ซีพียู แรม เมนบอร์ด และอื่นๆเป็นต้น โดยด้านหน้าเคสจะมีปุ่มสำหรับกดเพื่อเปิด-ปิด Reset เครื่อง และมีไฟบอกสถานการณ์ทำงานของเครื่องติดตั้งอยู่
นอกจากนั้นเป็นส่วนของจอภาพ คีย์บอร์ด เมาส์และลำโพง ซึ่งจะเหมือนกันในคอมพิวเตอร์ทุกๆเครื่อง
ส่วนที่2คือซอฟท์แวร์ หมายถึง โปรแกรมที่สั่งให้เครื่องทำงานนั่นเองโดยมากจะมากับแผ่นซีดีหรือดีวีดี หรือดาวน์โหลดมาจากอินเตอร์เน็ทและส่วนมากจะต้องผ่านขั้นตอนการติดตั้ง(installหรือsetup)ลงในฮาร์ดดิสก์ เพื่อให้รู้จักกับเครื่องเราเสียก่อน จึงจะใช้งานได้โปรแกรมมีหลายประเภทตั้งแต่วินโ้ดว์ ออฟฟิศ นีโร่ เพาเวอร์ดีวีดี โปรแกรมป้องกันไวรัสและอื่นๆอีกมากมาย
ชิ้นส่วนต่างๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ /การดูแลรักษา อายุการใช้งานของอุปกรณ์
1.ซีพียู (CPU: Central Processing Unit)
โดยปกติซีพียูเป็นอุปกรณ์/ชิ้นส่วนที่เสียหายยากมากจากการใช้งานปกติ ซึ่งซีพียูอาจจะทำงานได้นานมากจนเราเลิกใช้เครื่องไปเลย แต่ถ้าเราโชคร้ายโดยถูกผู้ผลิตนำซีพียูทีมีความเร็วต่ำมาหลอกขายว่าเป็นซีพียูความเร็วสูง (CPU Remark) หรือทำการ PUSH ให้ซีพียูทำงานเร็วกว่าความเร็วที่กำหนดให้ ทำให้อายุการใช้งานของซีพียูสั้นลงกว่าปกติ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อายุการใช้งานซีพียูสั้นลงก็คือ พัดลมระบายอากาศ (Ventilation Fan) ที่ติดตั้งอยู่ที่ชุดจ่ายไฟฟ้า (Power Supply) ของคอมพิวเตอร์เสีย ทำให้ซีพียูต้องทำงานที่ความร้อนสูงตลอดเวลา ถ้าซีพียูเสียก็ต้องซื้อใหม่อย่างเดียว ไม่สามารถทำการซ่อมหรือแก้ไขได้ ความเร็วซีพียูส่วนใหญ่ในปัจจุบันนี้มีความเร็วอยู่ในระดับ 2.5 GHz ที่ได้รับความนิยมขณะนี้มีอยู่ 2 บริษัทคือ Intel และ AMD
2.เมนบอร์ด (Mainboard or Motherboard)
เป็นอุปกรณ์ที่มี Chip ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์อื่นๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเป็นทั้งตัวรับและจ่ายไฟให้กับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ บนเมนบอร์ด ซึ่งถ้ามีอุปกรณ์สำรองไฟฟ้า (UPS) ก็จะช่วยให้การทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ เป็นไปอย่างราบรื่นสม่ำเสมอ และไม่ทำให้อุปกรณ์อื่นๆ ชำรุดเสียหาย ในกรณีที่เกิดไฟตกไฟกระชากอีกด้วย
นอกจากนี้บางเมนบอร์ดอาจมีอุปกรณ์ Onboard มาให้ด้วย เช่น การ์ดแสดงผล การ์ดLAN การ์ดเสียง และการ์ดโมเดม ซึ่งทำให้ราคาของคอมพิวเตอร์คอมพิวเตอร์ถูกลง
3. RAM หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
3.1 หน่วยความจำรอม (ROM) ROM ย่อมากจาก Read Only Memory เป็นหน่วยความ จำที่เก็บข้อมูลแบบถาวร ผู้ใช้ไม่สามารถเขียนข้อมูลลงในรอมได้ ข้อมูลจะยังคงอยู่ถึงแม้ไม่มีกระแสไฟฟ้าในเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยผู้ผลิตจะบรรจุจะหน่วยความจำรอมมาโดยตรง เช่นโปรแกรมไบออส เป็นต้น
3.2 หน่วยความจำแรม (RAM) RAM ย่อมากจาก Random Access Memory เป็นหน่วยความจำชั่วคราวก่อนที่จะนำไปประมวลผล ซึ่งจะเก็บข้อมูลได้เมื่อมีไฟฟ้าเลี้ยงวงจร แต่ถ้าไฟฟ้าดับข้อมูลที่เก็บในแรมจะสูญหายหมด ทั้งนี้หน่วยความจำแรมผู้ใช้สามารถเพิ่มได้ เพื่อความรวดเร็วในการประมวลผลข้อมูล ทั้งนี้ หน่วยความจำแรมมีหน่วยวัด เป็นไบต์ (Byte) เช่น 64 เมกะไบต์ 128 เมกะไบต์ เป็นต้น
แรมที่กำลังนิยมใช้งานอยู่ในขณะนี้คือ DDR SDRAM และ DDR2 เนื่องจากมีความเร็วในการทำงานสูงและราคาไม่แพง
หลักการเลือกแรม
● ขนาดความจุแรม จำนวนแรมที่มากจะมีผลต่อความเร็วในการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งในปัจจุบันควรเลือกใช้แรมไม่น้อยกว่า 1 GB
● ความเร็วแรม เป็นความเร็วบัสของเมนบอร์ดที่แรมใช้ในการติดต่อกับซีพียู วึ่งมีหน่วยเป็นMHz เช่น 400, 533 และ 677 MHz เป็นต้น
4. หม้อแปลงไฟฟ้า (Power Supply) ติดตั้งอยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ด้านหลังทำหน้าที่แปลงระดับ แรงดันไฟฟ้าที่ใช้ตามบ้านหรือไฟฟ้าทั่วไป มาใช้ให้เหมาะสมกับที่ใช้ในวงจรคอมพิวเตอร์
5.ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk)
ฮาร์ดดิสก์เป็นหน่วยความจำสำรอง หรือสื่อบันทึกข้อมูลภายนอกที่มีความจุสูง ฮาร์ดดิสก์จะถูก
บรรจุอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ให้อยู่แล้ว ฮาร์ดดิสก์ในสมัยเริ่มแรกมีความจุเพียง 20-80กิกะไบต์และต่อมาฮาร์ดดิสก์ได้พัฒนาให้มีความจุสูงขึ้น และมีความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลที่สูงขึ้นด้วย ซึ่งในปัจจุบันฮาร์ดดิสก์ที่มีขายทั่วไปในท้องตลาดมีความจุมากกว่า 160 กิกะไบต์ทั้งสิ้น และมักจะมีอายุการประกันตั้งแต่ 1-5 ปี ซึ่งเมื่อฮาร์ดดิสก์เสียในช่วงเวลาดังกล่าว ก็ต้องส่งไปซ่อมกับร้านที่ซื้อมา โดยทั่วไปฮาร์ดดิสก์จะมีอายุการใช้งานอย่างต่ำ 3 ปี แต่อย่างไรก็ตาม ฮาร์ดดิสก์ก็อาจจะเสียได้ตลอดเวลา ดังนั้น เราควรสำรองข้อมูลในฮาร์ดดิสก์เอาไว้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อเวลาที่ฮาร์ดิสก์เสีย ข้อมูลก็จะยังไม่สูญหายไป ข้อควรระวังก็คือ ในเรื่องของไฟตกไฟกระชากซึ่งจะมีผลต่อ Harddisk อาจทำให้เกิดความเสียหายได้ ฮาร์ดดิสก์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันเป็น ฮาร์ดดิสก์แบบ Serial ATA สามารถรับส่งข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูง 150 MB/s และอาจจะสูงถึง 300 และ 600 MB/s ใน SATA เวอร์ชั่นต่อไป
6.การ์ดแสดงผล (Display Card)
โดยทั่วไปการใช้งานในช่วง 1 ปีแรก มักจะไม่ค่อยมีปัญหา ส่วนใหญ่จะใช้งานไปได้ถึง 3 ปี โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าเราเลือกใช้การ์ดแสดงผลราคาถูก ก็อาจจะมีปัญหาบ้างในปีแรก แต่ก็ไม่มากนัก แต่ถ้าเป็นการ์ดแสดงผลยี่ห้อดังๆ จากอเมริกาที่มีราคาแพง จะมีความเร็วในการแสดงผลสูง มีลูกเล่นมากกว่า และมีการออกไดรเวอร์ออกมาอย่างต่อเนื่อง
การ์ดแสดงผลที่มีจำหน่ายอยู่ขณะนี้มี 2 รูปแบบก็คือ แบบสล็อต AGP ซึ่งมีความเร็ว 4x/8x/16x พร้อมกับหน่วยความจำตั้งแต่ 64 – 256 MB กับแบบสล็อต PCI Express ซึ่งมีความเร็วในการทำงานสูงมาก ปัจจุบันนิยมนำมาติดตั้งในเครื่องแทนการ์ดแบบ AGP เดิม
7. การ์ดเสียง (Sound Card) เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถแสดงเสียงและบันทึกเสียงได้เหมือนเครื่องเล่นเทปคาสเซตต์ การ์ดเสียงมีชื่อเรียกหลายชื่อ บางทีเรียก ซาวการ์ด (Sound Card) ซาวด์บอร์ด (Sound board) หรือออดิโอซาวด์ (Audio Sound) การที่จะดูว่าการ์ดเสียงให้คุณภาพเสียงดีหรือไม่ ดูจาก Sampling Size 16 บิต และ Sampling Rate 44.1 Khz
8. โมเด็ม (Modem) โมเด็ม (Modulator and Demodulator) เป็นอุปกรณ์รอบข้างสำหรับต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ที่อยู่ห่างกันมาก ๆ โดยอาศัยเครือข่ายของโทรศัพท์เข้ามาช่วยในการสื่อสารรับ-ส่งข้อมูล หน้าที่ของโมเด็มมีหลายประการ คือ การ เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต การรับ-ส่งแฟกซ์ การส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)
โมเด็มมี 2 ประเภท คือ
● โมเด็มที่ติดตั้งภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ (Internal Modem) ซึ่งจะติดตั้งมากับเครื่องคอมพิวเตอร์ ราคาไม่แพง แต่ไม่สะดวกในการเคลื่อนย้าย
● โมเด็มที่ติดตั้งภายนอก (External Modem) จะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมีสายต่อเข้ากับ CPU นิยมใช้มากเพราะเคลื่อนย้ายสะดวก ติดตั้งง่าย และคุณภาพดีพอสมควร
9.ดิสก์ไดร์ฟ (Disk Drive)
ดิสก์ไดร์ฟ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้อ่านและเขียนข้อมูลลงในแผ่นฟลอปปีดิสก์ ซึ่งดิสก์ไดร์ฟก็มีหลายชนิด
แต่ในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วๆไปมักจะใช้ดิสก์ไดร์ฟขนาด 3.5 นิ้ว การใช้งานดิสก์ไดร์ฟโดยทั่วไปไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรนัก ถ้าผ่านปีแรกไปได้แล้วก็มักจะผ่านไปถึงปีที่ 3 ถ้าหากว่าดิสก์ไดร์ฟเสียในช่วงปีแรกก็สามารถส่งซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ แต่ถ้าเสียหลังจากปีแรกแล้ว ก็ควรที่จะซื้อเปลี่ยนใหม่ เพราะถ้าซ่อมจะไม่คุ้มค่า เพราะราคาดิสก์ไดร็ฟในปัจจุบันมีราคาถูกมาก
10.พัดลมระบายความร้อน
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบภายในประเทศ มักจะใช้พัดลมระบายความร้อนที่มีราคาถูก และจะ
พบว่าส่วนใหญ่พัดลมจะเสียภายในเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น มีอยู่น้อยมากที่จะผ่านปีแรกไปได้โดยไม่เสีย พัดลมระบายความร้อนที่ใช้งานได้ดี ก็คงเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์รุ่นเพนเทียมรุ่นที่มีพัดลมติดมาด้วย การเลือกใช้พัดลมระบายความร้อนต้องพยายามใช้ของดีมียี่ห้อ เพราะถ้าพัดลมระบายความร้อนเสีย จะทำให้ซีพียูร้อนจัด ทำให้เครื่องเกิดอาการแฮงก์ (Hang) โดยไม่ทราบสาเหตุ และทำให้อายุการใช้งานของซีพียูสั้นลง ถ้าพัดลมระบายความร้อนเสียต้องเปลี่ยนอย่างเดียว
11.ซีดีรอมไดร์ฟ (CD-Rom Drive)
ในปัจจุบันเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่มักจะเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบมัลติมีเดีย
หรือเป็นสื่อผสม ซึ่งจะต้องใช้สื่อบันทึกข้อมูลที่สามารถบันทึกข้อมูลได้มากขึ้น ซึ่งจะมีข้อมูลทั้งภาพและเสียง ดังนั้น แผ่นซีดีรอมจึงเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เมื่อมีแผ่นซีดีรอมเครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะต้องมีเครื่องผ่านแผ่นซีดีรอมที่เรียกว่า ซีดีรอมไดร์ฟ ปกติซีดีรอมจะมีความจุ 550 - 680 MB หรือเท่ากับหนังสือประมาณ 500,000หน้าเท่ากับฟลอปปี้ดิสก์ขนาด 1.44 MB ถึง 460 แผ่น สามารถบันทึกข้อมูลได้มากโดยเฉพาะงานด้านมัลติมีเดียทั้งภาพ แสง เสียงในเวลาเดียว ที่สำคัญคือ เป็นระบบที่ปลอดภัยจากไวรัส ข้อควรระวังก็คือ ไม่ควรนำแผ่นซีดี ที่เสียแล้ว หรือมีรอยขีดข่วนมากๆ มาอ่าน เพราะอาจทำให้หัวอ่านชำรุดได้ รวมถึงการใช้น้ำยาล้างหัวอ่านผิดประเภทด้วย การใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับเครื่องคอมฯ เช็ด บริเวณด้านนอก โดยอาจใช้พู่กันเล็กๆ ช่วยในการปัดฝุ่นออกเสียก่อน จากนั้นจึงใช้น้ำยาทำความสะอาดเช็คเครื่องคอมฯ ข้อควรระวัง! โดยปกติน้ำยาเหล่านี้ ห้ามเช็คหน้าจอ ถ้ามีฝุ่นหรือคราบนิ้วมือ ให้ใช้ผ้าสะอาดเช็ดก็เพียงพอแล้ว (ทิป น้ำยาทำความสะอาด โดยทั่วไป การใช้ควรใส่น้ำยาบนผ้าที่สะอาด จากนั้นลูบไปบริเวณตัวเครื่อง ทิ้งไว้สักพัก และค่อยเช็ดออก จะช่วยลดแรงในการขัดได้มาก)
12. ดีวีดี - รอม (DVD - ROM) เป็นหน่วยเก็บข้อมูลรองอีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมากลักษณะคล้านซีดีรอมแต่สามารถเก็บข้อมูลได้มากกว่าซีดีรอมหลายเท่า คือ ขนาดมาตรฐานเก็บข้อมูลได้ 4.7 GB หรือ 7 เท่าของซีดีรอม และพัฒนาต่อเนื่องไปตลอด ดีวีดีแผ่นหนึ่งสามารถบรรจุภาพยนตร์ความยาวถึง 133 นาทีได้ โดยใช้ลักษณะการบีบอัดข้อมูลแบบ MPEG-2 และระบบเสียงแบบดอลบี (Dolby AC-3) ปัจจุบันดีวีดีนิยมใช้ในการบันทึกภาพยนตร์และมัลติมีเดีย
13.จอภาพ (Monitor)
จอภาพโดยทั่วไปมักจะมีอายุการใช้งานประมาณส่วนใหญ่ ประมาณ 1-3 ปี เนื่องจากหลอดภาพของแต่ละรุ่นยี่ห้อนั้น จะมีคุณภาพแตกต่างกันไปตาม แต่ละบริษัทผู้ผลิต ไม่ควรตั้งจอไว้ใกล้บริเวณที่มีสนามแม่เหล็กมากจนเกินไป และไม่ควรเช็ดหน้าจอด้วยน้ำยาหรือสารอย่างอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้สำหรับทำความสะอาดจอภาพนั้นๆ
14.เมาส์ (Mouse)
เป็นอุปกรณ์ Input ที่ใช้สำหรับป้อนข้อมูลคำสั่งเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ ภายในเม้าส์ จะประกอบไปด้วยลูกกลิ้งและฟันเฟือง ซึ่งสามารถถอดออกมาและทำความสะอาด เนื่องจากลูกกลิ้งจะสะสมเอาสิ่งสกปรกต่างๆ ไว้ภายในเม้าส ทำให้ลูกกลิ้งไม่สามารถที่จะเคลื่อนที่ไปได้โดยอิสระ
15.แป้นพิมพ์ (Keyboard)
การป้อนข้อมูลจำนวนมากทุกวัน หรือเอาแป้นพิมพ์ไปใช้เล่นเกมส์ จะพบว่าปุ่มบางปุ่มจะเสียตั้งแต่ยังไม่ครบปี อายุการใช้งานของแป้นพิมพ์จะผ่านปีแรกและปีที่สองไปได้ อย่างสบาย แต่ถ้าแป้นพิมพ์เกิดเสียหลังจากปีแรก ซึ่งเลยระยะรับประกันแล้ว ไม่ควรซ่อม ให้ซื้อใหม่จะดีกว่า นอกจากนี้ยังมีแป้นพิมพ์ที่มีราคาแพงเกินหนึ่งพันบาทขึ้นไป เช่น ไมโครซอฟต์คีย์บอร์ด หรือคีย์บอร์ดของไอบีเอ็ม แป้นพิมพ์เหล่านี้จะมีรูปทรงถูกสุขลักษณะ ไม่ทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยข้อมือ มีความทนทานสูงและตอบสนองต่อการกดแป้นพิมพ์จะดีกว่าแป้นพิมพ์ราคาถูก
การวิเคราะห์ปัญหา
เมื่อเกิดปัญหากับคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานอยู่ก่อนที่จะทำการแก้ไข จะต้องทำการวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นว่ามาจากส่วนใดกันแน่ ถ้าลงมือแก้ไขโดยไม่วิเคราะห์ให้ถูกต้อง อาจทำให้ปัญหาบานปลายกลายเป็นเรื่องยากได้ สำหรับขั้นตอนในการวิเคราะห์ปัญหาในการวางแผนเพื่อแก้ปัญหาเครื่องคอมพิวเตอร์ แสดงเป็นแผนผังดังนี้
เครื่องมือแก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์
hardware
· แปรงปัดผฝุ่นขนาดเล็ก
· ไขควงแฉก
· ไขควรปากแบน
· หัวคีบสกรู
· ตัวถอดชิป
· ไขควงหัวมะเฟือง
· บล็อคหกเหลี่ยมเล็ก
· คีมสำหรับคีบ
software
· แผ่นบู๊ตระบบ
· แผ่นลงระบบปฏิบัติการ
· แผ่นโปรแกรมใช้งานทั่วไป
· แผ่นไดเวอร์อุปกรณ์
ขอบคุณที่มา : http://gotoknow.org/blog/boonmo/20926
บันทึกอื่นๆ
- เก่ากว่า « 6 วิธีการประหยัดน้ำหมึก
- ใหม่กว่า » ระบบเลขฐานคอมพิวเตอร์






ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้