ช่วยกันเจ้งบันทึกโฆษณาและคอมเม้นต์ขยะ
อ่าน: 49
ความเห็น: 1

CANON ปะทะ NIKON! เซ็นเซอร์แบบฟูลเฟรมกับเซ็นเซอร์ขนาดเล็ก

เทคโนโลยี

CANON ปะทะ NIKON! เซ็นเซอร์แบบฟูลเฟรมกับเซ็นเซอร์ขนาดเล็ก

 

ล้ำหน้าไปก่อนใครกับกล้อง DSLR ที่ใช้เซ็นเซอร์แบบฟูลเฟรมจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าหรือเปล่า Rod Lawton จะทดสอบกล้องยอดนิยมทั้งสี่รุ่นให้ชม

การเลือกซื้อกล้อง DSLR ไม่เคยลำบากเท่านี้มาก่อน เพราะไม่เพียงแต่คุณจะต้องเลือกบอดี้กล้องเท่านั้นแต่ยังต้องคำนึงถึงเลนส์ที่จะใช้ด้วย การซื้อกล้อง DSLR เป็นการลงทุนระยะยาว ทำให้คุณจำกัดตัวเองกับอุปกรณ์ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง บอดี้กล้องที่คุณซื้อในวันนี้อาจจะมีรุ่นใหม่มาแทนภายในไม่กี่ปี แต่เลนส์นั้นจะอยู่กับคุณไปอีกนานกว่านั้น

ปัจจุบันนี้ผู้ผลิตหลายรายได้เพิ่มความซับซ้อนเข้าไปอีก ค่ายใหญ่ทั้งสอง Canon กับ Nikon ได้ผลิตกล้องที่ใช้เลนส์แบบฟูลเฟรมออกมา (Sony ก็เช่นกัน) แถมยังมีราคาที่สมน้ำสมเนื้อไม่ว่าจะเป็นรุ่นสำหรับมือใหม่หรือมือโปร

ดังนั้นคำถามจึงไม่ใช่เพียงแค่จะเลือกกล้องของ Canon หรือ Nikon เท่านั้น แต่กลายเป็นว่าต้องเป็นเซ็นเซอร์แบบฟูลเฟรมด้วยหรือเปล่า ถ้าคุณไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ คุณก็ยังสามารถใช้กล้องเซ็นเซอร์ขนาดเล็กไปได้อีกสองสามปีจนกว่าโลกทั้งใบจะเริ่มเปลี่ยนมาใช้แบบฟูลเฟรม หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็คือลงทุนไปกับชุดอุปกรณ์แบบฟูลเฟรมแล้วก็พบว่ามันแทบจะไม่มีความแตกต่างเรื่องคุณภาพที่ออกมาสักเท่าใด

เราได้กล่าวกันมาสักพักหนึ่งแล้วว่ากล้องแบบฟูลเฟรมนั้นให้รูปที่มีคุณภาพเหนือกว่าเซ็นเซอร์ APS-C ปกติ เพราะว่ามันเป็นเซ็นเซอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่า บัดนี้จึงถึงเวลาที่เราจะต้องนำเอากล้องเหล่านี้มาประชันกันเพื่อดูว่ามันมีข้อแตกต่างกันอย่างไร

เราจึงจะมาทำการทดสอบในสี่หัวข้อกับกล้อง SLR ตัวท็อปของ Canon และ Nikon ที่ใช้เซ็นเซอร์ APS-C และกล้องแบบฟูลเฟรมที่ราคาถูกสุดของทั้งสองค่าย เราไม่ได้ต้องการจะรู้เพียงแค่ว่ากล้องของใครดีกว่ากันแต่เพื่อที่จะได้รู้ว่าระบบเซ็นเซอร์แบบฟูลเฟรมนั้นคุ้มค่าเงินที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นหรือเปล่า ในขณะเดียวกันเราก็จะได้รู้ว่า EOS 50D ที่มี 15 ล้านพิกเซลให้รายละเอียดมากกว่า D300 ที่มี 12 ล้านพิกเซลหรือเปล่า หรือ EOS 5D MkII ที่มี 21 ล้านพิกเซลดีกว่า D700 ที่มี 12 พิกเซลอย่างไร

เราทำการทดสอบกล้องเหล่านี้โดยเลือกเลนส์ 4 ตัวที่เราคิดว่าเหมาะสมกับราคาของกล้องแต่ละรุ่น และเป็นเลนส์รุ่นที่เราคิดว่าคนที่เป็นเจ้าของกล้องรุ่นนั้นๆน่าจะซื้อมาใช้คู่กัน ซึ่งก็เป็นโอกาสเหมาะที่เราจะได้ทดสอบเลนส์ของ Canon และ Nikon มากกว่าที่จะทดสอบแต่ตัวกล้อง เพื่อดูว่าคุณภาพของเลนส์นั้นสร้างความแตกต่างได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับขนาดของเซ็นเซอร์และความละเอียดของกล้องตัวนั้นๆ

ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นไม่ถึงกับตรงตามความคาดหมายของเราแต่ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจมาก

สิ่งที่ควรรู้ :เซ็นเซอร์

แบบฟูลเฟรม (Full-frame)
- กล้องแบบฟูลเฟรมนั้นมีเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่กว่า ทำให้ photosite (ส่วนรับภาพบนเซ็นเซอร์) มีขนาดใหญ่กว่าทำให้ถ่ายด้วยค่า ISO สูงได้ดี และด้วยจำนวน photosite ที่มากกว่าด้วย ทำให้ภาพที่ถ่ายด้วย ISO ต่ำมีรายละเอียดมากขึ้น
- กล้องแบบฟูลเฟรมนั้นเริ่มมีราคาถูกลง และอีกไม่นานก็น่าจะมีราคาไม่แพงเกินกำลังของตากล้องมือสมัครเล่น ทำให้มีราคาสูสีกับกล้องตัวท้อปที่ใช้เซ็นเซอร์แบบ APS-C ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า
- กล้องแบบฟูลเฟรมนั้นไม่มีค่าตัวคูณความยาวโฟกัส( focal factor)ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องจำเป็นต้องคำนวณค่าของตัวเลขบนเลนส์ เพราะ 24มม.ก็เท่ากับ 24 มม.!

แบบ APS-C
- กล้องที่ใช้เซ็นเซอร์แบบ APS-C นั้นมีขนาดที่เล็กและราคาที่ถูกกว่ากล้องที่ใช้เซ็นเซอร์แบบฟูลเฟรม ไม่เพียงแต่บอดี้ที่เบากว่าเท่านั้นแต่ต้วเลนส์ก็เบากว่าด้วย
- การออกแบบเซ็นเซอร์และการประมวลภาพได้รับการพัฒนาไปอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาทำให้กล้อง DSLR ที่ใช้เซ็นเซอร์ APS-C ให้ผลลัพธ์ตรงตามคาดหมายหรือเกินความคาดหมายในบางครั้งเสียด้วยซ้ำ
- อุตสาหกรรมเลนส์เองนั้นมีความพร้อมในการผลิตเลนส์ APS-C สำหรับกล้องดิจิทัลอย่างเต็มที่ จึงทำให้ตลาดเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ที่ราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่าย เลนส์แบบฟูลเฟรมจากกล้องฟิล์มสมัยก่อนอาจกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งจากการที่มันสามารถใช้ร่วมกับบอดี้กล้องดิจิทัลความละเอียดสูงได้

เปรียบเทียบแบบตัวต่อตัว
เราทำการทดสอบกล้องสี่ตัวในสถานการณ์การถ่ายและตัวแบบที่หลากหลาย

คุณสมบัติเด่น

Canon EOS 50D
ราคาตลาด: 900 ปอนด์ (เฉพาะบอดี้)
ขนาดเซ็นเซอร์: 22.3x14.9 มม.
ความละเอียด: 15.1 ล้านพิกเซล
ใช้เลนส์: Canon EF-S, EF
ทดสอบด้วยเลนส์: EF-S 17-85 มม. f/4.5-6 IS USM
ความเร็วถ่ายต่อเนื่อง: 6.3fps
จอ LCD: 3 นิ้ว 920,000 จุด
น้ำหนัก (เฉพาะบอดี้): 730 กรัม

Canon EOS 5D Mk II
ราคาตลาด: 2,100 ปอนด์ (เฉพาะบอดี้)
ขนาดเซ็นเซอร์: 36x24 มม.
ความละเอียด: 21.1 ล้านพิกเซล
ใช้เลนส์: Canon EF เท่านั้น
ทดสอบด้วยเลนส์: EF 24-105 มม. f/4 IS USM
ความเร็วถ่ายต่อเนื่อง: 3.9fps
จอ LCD: 3 นิ้ว 920,000 จุด
น้ำหนัก (เฉพาะบอดี้): 810 กรัม

Nikon D300
ราคาตลาด: 1,030 ปอนด์ (เฉพาะบอดี้)
ขนาดเซ็นเซอร์: 23.6x15.8 มม.
ความละเอียด: 12.3 ล้านพิกเซล
ใช้เลนส์: Nikon DX, F
ทดสอบด้วยเลนส์: Nikkor 16-85 มม. f/3.5-5.6G ED
VR AF-S DX
ความเร็วถ่ายต่อเนื่อง: 6fps
จอ LCD: 3 นิ้ว 920,000 จุด
น้ำหนัก (เฉพาะบอดี้): 825 กรัม

Nikon D700
ราคาตลาด: 1,700 ปอนด์ (เฉพาะบอดี้)
ขนาดเซ็นเซอร์: 36x23.9 มม.
ความละเอียด: 12.1 ล้านพิกเซล
ใช้เลนส์: Nikon F และ DX (cropped mode)
ทดสอบด้วยเลนส์: Nikkor 24-70 มม. f/2.8G ED AF-S
ความเร็วถ่ายต่อเนื่อง: 5fps
จอ LCD: 3 นิ้ว 920,000 จุด
น้ำหนัก (เฉพาะบอดี้): 995 กรัม

สถานการณ์ในการทดสอบ
เราทำการทดสอบกล้องกับทิวทัศน์กลางแจ้งเพื่อเช็คการวัดแสงและไดนามิคเรนจ์ และใช้ขาตั้งกับภาพในอาคารเพื่อดูความสมดุลย์และความอิ่มของสีรวมถึงการถ่ายด้วยค่า ISO สูงๆ และสุดท้ายเป็นการถ่ายภาพที่อาศัยความแม่นยำสูงด้วยการเปิดรูรับแสง f/8 (ซึ่งเป็นระยะที่ไว้ใจได้ของเลนส์เกือบทุกตัว) เพื่อเช็คการเก็บรายละเอียดที่กล้องทำได้สูงสุด การทดสอบนี้ถ่ายออกมาเป็นทั้งไฟล์ JPEG และ RAW และนำมารวมกันก่อนทำการตัดสิน

คำตัดสิน
รายละเอียด: EOS 50D อาจจะมีจำนวนพิกเซลมากกว่าของ Nikon แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ประโยชน์เท่าใด 5D Mk II นั้นให้ความคมชัดมากที่สุดแต่ก็ชนะกันเพียงเล็กน้อย ซึ่งก็หมายความว่ากล้องที่มีขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่กว่าและจำนวนพิกเซลมากกว่าย่อมทำได้ดีกว่า

ไฟล์ RAW กับ JPEG: กล้องทุกตัวเก็บรายละเอียดได้ดีกว่าเมื่อถ่ายเป็นไฟล์ RAW แทนที่จะถ่ายเป็น JPEG ส่วน EOS 50D นั้นมีความแตกต่างที่ค่อนข้างชัดเจน กล้อง Canon ทั้งสองตัวดูเหมือนจะมีขีดจำกัดเรื่องรายละเอียดเมื่อถ่ายเป็น JPEG ส่งผลให้เกิดการสูญเสียของรายละเอียดที่สลับซับซ้อนมากๆ

เลนส์: เลนส์ที่ทำงานได้ดีคือเลนส์ DX 16-85 มม. ที่ใช้กับ Nikon D300 ส่วนเลนส์ 17-85 มม.ของ Canon ที่ใช้กับ 50D นั้นมีการเกิดสีเพี้ยนแบบโครเมติคและปัญหาความคมชัดที่ขอบภาพให้เห็น แต่ก็ยังดีกว่าเลนส์ 24-105 มม.ของ 5D Mk II ที่บางครั้งมีความไม่สม่ำเสมอในเรื่องความคมแม้ตัวแบบในภาพจะอยู่ในระยะโฟกัสเดียวกัน

Canon หรือ Nikon: กล้อง Nikon ทั้งสองตัวใช้ประโยชน์จากจำนวนพิกเซลที่มีจำกัดได้อย่างเต็มที่และมีเลนส์ที่ดีมาช่วย EOS 50D นั้นยังต้องพยายามทำให้ได้ดีเท่า Nikon ทั้งสองตัวโดยที่ยังไม่ต้องพูดถึงการใช้ประโยชน์จากจำนวนพิกเซลซึ่งมีมากกว่า ส่วน 5D Mk II นั้นแสดงให้เห็นว่าเซ็นเซอร์ที่ใหญ่กว่าและความละเอียดสูงกว่าย่อมชนะเซ็นเซอร์ที่เล็กกว่าและมีความละเอียดน้อยกว่า

APS-C หรือ ฟูลเฟรม: EOS 5D นั้นคมชัดกว่า EOS 50D แต่ D700 ดูต่างจาก D300 ไม่มากยกเว้นในเรื่องของ ISO ที่สูง สำหรับแฟนของ Canon นั้นคงเป็นเรื่องที่ตัดสินใจได้ไม่ยาก แต่ถ้าคุณเป็นแฟน Nikon คงตัดสินใจได้ไม่ง่ายนัก D700 จะเข้าท่ากว่าก็ต่อเมื่อคุณต้องถ่ายด้วยค่า ISO สูงๆเป็นประจำและต้องการจะลงทุนกับกล้องแบบฟูลเฟรมและมีแนวโน้มว่าจะซื้อกล้องที่มีความละเอียดมากขึ้นในอนาคต

บทสรุป: จำนวนพิกเซลมีความสำคัญก็ต่อเมื่อคุณเลือกเดินบนถนนสายฟูลเฟรม แต่กระนั้นคุณก็ยังต้องมีเลนส์ที่ดีมากด้วยไม่เช่นนั้นประสิทธิภาพของเซ็นเซอร์แบบฟูลเฟรมก็จะถูกบดบังด้วยเลนส์คุณภาพปานกลาง

 

http://technology.impaqmsn.com/article.asp?id=9118


หมวดหมู่: วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
คำสำคัญ: เทคโนโลยี
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: อ. 15 ก.ย. 2552 @ 10:30 แก้ไข: อ. 15 ก.ย. 2552 @ 10:30

ความเห็น

1.
P
Nothing_Aislin
เมื่อ อ. 15 ก.ย. 2552 @ 13:22
#449070 [ ลบ ]

Mark II ใครจะมีตั้งซื้ออ่า

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.98
ข้อความ:  
เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
 
รหัสสุ่ม: ( ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน )
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ

บันทึกอื่นๆ