ความเห็น: 14
โครงการเสวนาทางวิชาการ เรื่อง “เสรีภาพในการชุมนุม : ประเทศไทยจะได้อะไรจาก พรบ.การชุมนุมสาธารณะ”
โครงการเสวนาทางวิชาการ
เรื่อง “เสรีภาพในการชุมนุม : ประเทศไทยจะได้อะไรจาก พรบ.การชุมนุมสาธารณะ”
**************************
หลักการและเหตุผล
ด้วยในปัจจุบันประเทศไทยซึ่งปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ โดยประชาชนได้รับการรับรอง และคุ้มครองให้มีสิทธิ เสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชน อย่างเท่าเทียมกัน ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายฉบับอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพันธกรณีระหว่างประเทศ
“เสรีภาพในการชุมนุม” เป็นเสรีภาพหนึ่งที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้ในมาตรา 63 วรรคแรก ที่บัญญัติว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ” นอกจากนั้นยังได้รับการรับรองโดยข้อ 21 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights, ICCPR) ที่บัญญัติว่า“สิทธิในการร่วมประชุมโดยสงบย่อมเป็นที่ยอมรับ การจำกัดตัดทอน การใชสิ้ทธินี้นอกเหนือจากที่เป็นไปตามกฎหมายและจำเป็นแก่สังคมประชาธิปไตยเพื่อผลประโยชน์ทางความมั่นคงของชาติ หรือความปลอดภัยสาธารณะความสงบเรียบร้อย การสาธารณสุข หรือศีลธรรมหรือการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นจะมีไม่ได้” ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในภาคีของกติกาดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม การใช้เสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนชาวไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมา กระทั่งปัจจุบัน ยังพบว่ามีปัญหาอยู่หลากหลายประการ ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ปัญหาขอบเขตในการใช้เสรีภาพ ปัญหาการละเมิดสิทธิ เสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตลอดจนสิทธิมนุษยชนของผู้อื่น ปัญหาการบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นต้น จากปัญหาต่าง ๆ ที่รัฐประสบนั้น เป็นที่มาของแนวความคิดในการตรากฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารเพื่อควบคุมการชุมนุมสาธารณะให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ เริ่มขึ้นครั้งแรกในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (พ.ศ. 2549 - 2550) ต่อมาถึงสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน (พ.ศ. 2550 – ปัจจุบัน) โดยร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. ..... ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมการกฤษฎีกา
ด้วยเหตุดังที่กล่าวมาในข้างต้นนี้ นักศึกษาวิชาสิทธิมนุษยชน (น.396) ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551 จึงมีแนวคิดที่จะจัดการเสวนาทางวิชาการเรื่อง “เสรีภาพในการชุมนุม : ประเทศไทยจะได้อะไรจาก พรบ.การชุมนุมสาธารณะ” ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันแสดงออกซึ่งแนวความคิดในเชิงหลักการ สะท้อนปัญหา และแนวทางการแก้ไขที่เหมาะสมเกี่ยวกับเสรีภาพในการชุมนุม ในบริบทของสิทธิ
ขั้นพื้นฐาน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชน ตลอดจนความจำเป็น และประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการตราพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .........
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับขอบเขตของการใช้เสรีภาพในการชุมนุมสาธารณะที่รัฐธรรมนูญรับรอง และคุ้มครอง ให้เกิดมีขึ้นในหมู่ประชาชน
2. เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิดในเชิงหลักการ และปัญหา อันเกี่ยวกับเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ของผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
3. เพื่อในนักศึกษาตระหนักถึงปัญหาของสังคมไทย และร่วมแสดงแนวคิดแก้ปัญหา ในประเด็นสิทธิ เสรีภาพ ตลอดจนปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน จากการใช้เสรีภาพชุมนุมสาธารณะที่เกินขอบเขต
4. เพื่อฝึกฝนให้นักศึกษารู้จักการใช้องค์ความรู้ทางกฎหมาย อย่างถูกต้อง มีเหตุผล และเป็นระบบ
5. เพื่อเป็นข้อเสนอแนะในทางออกของวิกฤตทางการเมืองที่เหมาะสมของประเทศไทย
เป้าหมาย
เชิงปริมาณ : มีนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และผู้ที่สนใจทุกภาคส่วนของสังคม เข้าร่วมการเสวนา ทางวิชาการ ฯ ในครั้งนี้ ประมาณ 180 – 200 คน
เชิงคุณภาพ : - นักศึกษา (ผู้รับผิดชอบโครงการ ฯ) ได้นำองค์ความรู้ต่าง ๆ ทั้งในแง่สิทธิขั้นพื้นฐาน และสิทธิมนุษยชน มาใช้ในการแสดงความคิดเห็นอย่างถูกต้อง และเป็นระบบ
- ผู้เข้าร่วมการเสวนา ได้รับความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในประเด็นเกี่ยวกับเสรีภาพ
ในการชุมนุม ตลอดจนได้ตระหนักถึงปัญหาที่สังคมไทยกำลังเผชิญ อันจะนำมา
ซึ่งจุดเริ่มต้นความร่วมมือร่วมใจที่ดีในการรู้รักสามัคคีของประชาชนชาวไทยทั้งแผ่นดิน
กิจกรรมและขั้นตอนการดำเนินงาน
1. ประชุม วางแผน และมอบหมายงานให้แก่ผู้ร่วมงาน
2. ติดต่อ ประสานงานกับบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
3. ปฏิบัติกิจกรรมสำคัญ คือ การจัดงานเสวนาทางวิชาการ ฯ
4. ติดตามผล และประเมินผลการดำเนินงานตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุดโครงการ ฯ
5. สรุปผลการดำเนินโครงการ ฯ และนำเสนอตามลำดับ
ระยะเวลาในการดำเนินงาน
- วันเริ่มโครงการ วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2552
- วันปฏิบัติกิจกรรมสำคัญ วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 (เวลา 13.00 น. – 16.30 น.)
(รายละเอียดกำหนดการตามเอกสารที่แนบมา)
- วันสิ้นสุดโครงการ วันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
สถานที่ดำเนินงาน
- ประชุม และวางแผน : คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปฏิบัติกิจกรรมสำคัญ : ห้องประชุมบุญชู โรจนเสถียร ชั้น 3 อาคารเอนกประสงค์
ผู้เข้าร่วมโครงการ
1. นักศึกษา และอาจารย์ผู้สอนวิชาสิทธิมนุษยชน (น.396) ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551
2. วิทยากรรับเชิญ
2.1 คุณถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
2.2 พล.ต.อ.วันชัย ศรีนวลนัด ที่ปรึกษา(สบ.10) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ
ผู้ได้รับการสรรหาเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
2.3 คุณสมชาย แสวงการ * สมาชิกวุฒิสภา และประธานคณะกรรมมาธิการ - สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค
2.4 คุณไพโรจน์ พลเพชร ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน
2.5 รศ.ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
2.6 อ.ธีระ สุธีวรางกูร อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
(*) คือ วิทยากรที่อยู่ระหว่างการเรียนเชิญ
3. ประชาชนผู้สนใจทั่วไป
งบประมาณรายจ่าย
ค่าใช้จ่ายทั้งหมด (รายละเอียดตามเอกสารที่แนบมา) รวม 7,000 บาท
ผู้รับผิดชอบโครงการ
นักศึกษาวิชาสิทธิมนุษยชน (น.396) ภาคฤดูร้อน ปีการศึกษา 2551
**********************************************
บันทึกอื่นๆ
- เก่ากว่า « คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนสิทธิเส...
- ใหม่กว่า » ร่วมแสดงความคิดเห็น ประเด็นคำถาม...
ความเห็น
อยากเรียนว่าที่มาของแนวความคิดในการตรากฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหารเพื่อควบคุมการชุมนุมสาธารณะให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย แนวคิดดังกล่าวนี้เริ่มมีการร่างในร่างพระราชบัญญัติผู้ชุมนุมสสาธารณะในปี 2536 ไม่ใช้ในปี2546-2550ดังที่กล่าวไว้ ค่ะ โดยในปี2536เป็นการเริ่มร่างครั้งแรกมีการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะพ.ศ...... โดยคณะทำงานยกร่างกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะและแก้ไขปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยกฏอัยการศึก และกฏหมายว่าด้วยการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เสนอต่อคณะกรรมการพัฒนากฏหมายซึ่งร่างกฎหมานดังกล่าวก็มิได้นำมาบังคับใช้ในที่สุด
ต่อมาก็เป็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะปี 2550 อย่างที่บอกไว้ในหลักการและเหตุผลค่ะ
ข้อแก้ไขนะค่ะ2549-2550 นะค่ะ ไม่ใช่ 2546-2550 ขออภัยค่ะ
ข้อมูลนี้อ้างอิงมาจากวิทยานิพนธ์ เรื่องเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ = Freedom of peaceful assemble and without having weapon / วิทยานิพนธ์ นิติศาสตรมหาบัณฑิต โดย วารุณี วัฒนประดิษฐ ค่ะ
อืม ลองศึกษามากกว่านี้เกี่ยวกับตัวโครงการนะครับ
พอข้อมูลไม่แน่น เรียบเรียงไม่ดี โครงการจะขาดความน่าเชื่อถือได้
มีจุดบกพร่องอยู่บ้าง
แล้วจะแวะเข้าไปชมครับ
เห็นด้วยกับหัวข้อในการเสวนาครับ เพราะเป็นประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจในปัจจุบัน
อยากขอเพิ่มความเห็นในเรื่องของวิทยากร ว่าเสรีภาพในการชุมนุม” เป็นเสรีภาพหนึ่งที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองไว้ในมาตรา 63 วรรคแรก ดังนั้น น่าจะเชิญอาจารย์ผู้สอนวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ เช่น อาจารย์วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ท่านเป็นนักกฎหมายที่มีแนวคิดเชิงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดีมากครับ หรืออาจารย์ วิษณู วรัญญู ตุลการศาลปกครองสูงสุด ^ ^
จริงๆพี่ไม่ต้องกังวลเรื่องอาจารย์วรเจตน์ไม่มาหรอกครับ
เพราะ อาจารย์อีก2ท่านที่เราเชิญมาก็อยู่ในกลุ่มเดียวกับอ.วรเจตน์ เรื่องแง่มุมไม่น่าจะต่างกันมากนัก
การกำหนดวัตถุประสงค์ของเราค่อนข้างมาก แล้วเนื้อหานั้นก็ค่อนข้างที่จะยากแก่ความเข้าใจในระดับชั้นเรียนของเราอยู่ ฉะนั้น เราอาจจะต้องปรึกษากันและอาจารยื เพื่อให้วัตถุประสงค์นั้นรัดกุมกว่านี้ หรือไม่คะ
เรื่องสถานที่จัดเสวนา ไม่ทราบว่าได้เรื่องว่าอย่างไรบ้างครับ ห้องสัญญา ธรรมศักดิ์พอจะว่างมั้ยครับ? ถ้าขอได้ ฝ่ายโสตฯจะได้รีบไปเช็คอุปกรณ์
เรื่องห้องที่จะใช้จัดเสวนานะครับตอนนี้น่าจะเป็นที่เเน่นอนเเล้วว่าน่าจะเป็นห้องประชุมบุญชู โรจนเสถียร วึ่งอยุ่ที่ตึกอเนกประสงค์ 1 ชั้น 3น่ะครับ(ตึกอยู่ติดกับศูนย์หนังสือ ที่ข้างล่างเป็นศูนย์รักษาความปลอดภัยครับ)
** เเต่หากมีห้องที่เหมาะสมกว่า (ซึ่งจะทราบวันจันทร์) ทางฝ่ายประสานงานจะเเจ้งให้ทราบอีกทีครับ






ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้