ถึงเวลาส่งมอบความรักผ่านหนังสือ
"144617" -- Cannot find a post with the ID.
อ่าน: 2039
ความเห็น: 10

เรื่องน่ารู้: 'Long Tail' ทฤษฎีหางยาว (ของคนโลกแคบ?)

hit ในโลกกายภาพกับใน net ต่างกันตรงไหน?

จั่วหัวซะน่ากลัว...โลกแคบในที่นี้ไม่ใช่ narrow-minded นะ แต่หมายถึง area ของโลกมันแคบลง... พูดง่ายๆคือเป็นทฤษฎีที่สัมพันธ์กับมุมมองเกี่ยวกับโลกอินเทอร์เน็ตที่ทำให้โลกเรา(หรือใจเรา?)มันดูแคบลงเรื่อยๆ เหมือนอยู่ต่างทวีปแต่เหมือนบ้านอยู่ติดกันจริงๆ ^^..... (ถ้าพูดว่า Global village เพื่อนๆคงคุ้นกันกว่านี้อะเนอะ)

    ทฤษฎีหางยาว หรือ Long Tail เราได้ยินครั้งแรกก็จากคลาส netpr อีกเช่นเคย นับเป็น class ที่ได้ใจเรามากๆ หลายเรื่องเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต หรือเทคโนโลยีใหม่ๆเราก็รู้จากคลาสนี้ โดยเฉพาะเรื่องเขียนบล็อกเนี่ย ก็เริ่มเขียนเพราะวิชานี้เหมือนกัน.... ถ้าไม่ได้เรียน ป่านนี้คงได้ใช้ net แต่เพื่อ search google เท่านั้นหละจ้า (ก็วิชาส่วนใหญ่ของเราอยู่กับหนังสือมากกว่าหนะ ^^")

   มาพูดเรื่องทฤษฎีกันดีกว่า....

     ภาพข้างบนนี้คือแบบจำลองของทฤษฎีหางยาว..... ส่วนหัว คือส่วนของการตลาดในรูปแบบเดิม ในขณะที่ส่วนหางคือความเจริญก้าวหน้าทางการตลาดในรูปแบบที่อิสระไปจากเดิม คือสินค้าไม่จำกัดด้วยประเภท พื้นที่ ความนิยม วัฒนธรรม หรืออะไรทั้งสิ้น สินค้ามีความหลากหลาย หาได้ง่าย เน้นความชอบเฉพาะกลุ่ม(nitche).......การตลาดแบบหลังจึงสอดคล้องกับตลาดในโลกอินเทอร์เน็ต ที่สินค้ามีให้เลือกสรรมากมาย หลากรูปแบบ คน discover อะไรได้ง่ายขึ้นที่สำคัญคือเป็นทางเลือกทางการตลาดที่ดีเพราะต้นทุนต่ำแต่ให้ผลลัพท์ดีเกินคาด

     ตัวอย่างชัดๆเช่น.... ถ้าเราจะหาซื้อเพลงที่ชอบสักเพลง คำถามคือ1.หาซื้อได้ที่ไหน 2.ที่ร้านจะมีเพลงที่เราชอบรึป่าว และ 3.ความสะดวกใจในการตัดสินใจซื้อและบริการต่างๆในการขาย..... ถ้ายกแนวคิดนี้เป็นเครดิตให้กับโลกอินเทอร์เน็ตคงพูดได้ว่า net ช่วยให้ชีวิตเราสะดวกขึ้น จะหาเพลงทีก็มีเป็นล้านแปดให้เราเลือก searchหาก็ง่ายกว่าคอยดู shelf จัดอันดับเพลง hit ในร้าน... ในแง่ผู้บริโภค เราจะได้ประโยชน์เรื่องความสะดวกในการเข้าถึงสินค้า ประหยัดเวลาและถูกใจ ส่วนในแง่ผู้ให้บริการ ก็ช่วยลดต้นทุนและขยายโอกาส pr สินค้าตัวเองได้มากขึ้น สอดคล้องตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่เน้นการใช้สรรพยาการที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยเสียต้นทุนต่ำสุดและเกิดกำไรสูงสุด

   อาจารย์สุนิตย์บอกว่า กระแส long tail (ยิ่งหางยาว) สื่อว่า sub culture จะบูมขึ้น วัฒนธรรมคลั่ง hit แบบ พี่เบิร์ด แดน บีม จะลดลง>> เงินจะเป็นที่ต้องการน้อยกว่าความต้องการพื้นที่อิสระเพื่อแสดงความเป็นตัวเอง คนจะเริ่มหาจุดยืน ไม่ตามใคร unique styleของปัจเจกทุกคนจะเด่นชัดขึ้นมาในตลาดจากเดิมที่อาจต้องอยู่ใต้ดินหรืออยู่ในมุมของตัวเอง เช่น เพลงอินดี้สมัยนี้ที่บูมจัง.....ที่สำคัญ..... ยิ่งสังคมให้อิสระกับเรามากขึ้นเท่าไหร่ สังคมก็จะเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง.....

    ยังไงก็ตามบทเรียนในตอนท้ายของคลาสนี้ น่าคิดมากกว่า ความหลากหลายมันสร้างสรรค์ หรือทำให้คนแตกแยก เพราะโลกที่ diversity ไม่อาจบีบบังคับคนได้ คนบางกลุ่มอาจใช้พื้นที่ทางปัญญาอันมหาศาลไปในทางผิด(อย่างที่รู้ๆกัน ทั้งภัยnet เวบฉาว หรือบล็อกระดมกำลังสร้างความวุ่นวาย ฯลฯ)

   Long Tail มีแง่ดีคือสะท้อนมุมบวกของเทคโนโลยี ว่าขยาย information space ของโลกเราได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ผลลัพธ์จากการใช้เทคโนโลยีคงขึ้นกับจิตสำนึกผู้ใช้มากกว่า........ ที่สำคัญ เราสงสัยจังว่า  ถ้าวัฒนธรรมคลั่งฮิต(เช่น ที่ คนชอบ mass product บริโภคอะไรเหมือนๆกัน ดูเรื่องเล่าเช้านี้เหมือนกัน ชอบฟัง popซึ้งๆเหมือนกัน)หมดไปจากโลกเราจริงๆ... จะต่างกันตรงไหน ถ้าคนไปฮิตกระแสใหม่ ที่น่าเชื่อว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้โลกเจริญและพังพินาศได้เท่ากัน (โห แรงไปมั๊ยเนี่ย -_-~)

     ขอจบความร้อนของ lecture ไว้เท่านี้ก่อนละจ้า ^^"

หมวดหมู่: สังคม ครอบครัว ชุมชน เศรษฐศาสตร์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: จ. 20 ส.ค. 2550 @ 12:48 แก้ไข: จ. 01 ต.ค. 2550 @ 15:01

ความเห็น

1.
P
pottyjang
เมื่อ พ. 22 ส.ค. 2550 @ 11:29
#110287 [ ลบ ]
อยู่ปีไหนแว้วอ่า เรียนที่มธ.ยากมั้ย สู้ๆนะ มาเยี่ยมบลอกเราบ่อยล่ะ เราชื่อยุจ้า
2.
P
เพชรดา ฐิติยาภรณ์
เมื่อ พ. 22 ส.ค. 2550 @ 15:13
#110366 [ ลบ ]

อยู่ปี 4 แล้วจ้า... กำลังเตรียมพร้อมเผชิญโลกแห่งความเป็นจริงในวัยทำงานอยู่...ยินดีที่ได้รู้จักนะยุ

สำหรับผู้ที่สนใจเรื่อง long tail นะคะ ลองไปดูบทความของอ.สุนิตย์ และ file ของอ.ชิตพงษ์ได้ค่ะ บรรยายไว้น่าสนใจมาก ^^

3.
P
Aratus
เมื่อ จ. 03 ก.ย. 2550 @ 23:58
#120179 [ ลบ ]
สงสัยเราต้องหาแนวแบบว่า "ก็สุเป็นตัวของตัวเอง" บ้างแล้ว ตามทฤษฎีนี้ไง อิอิ
4.
P
เพชรดา ฐิติยาภรณ์
เมื่อ อ. 04 ก.ย. 2550 @ 09:10
#120238 [ ลบ ]

โห คิดได้อย่างไร ^^"  ขอมุขนี้ไปใช้บ้างนะ อิอิ

5.
30
ฟิวส์ [IP: 58.8.172.98]
เมื่อ อ. 23 ต.ค. 2550 @ 23:34
#155223 [ ลบ ]

เขียนถึงหละ อ้างอิงมาด้วยหละ อิอิ

http://lab.tosdn.com/?p=87 

6.
P
mao_mao
เมื่อ อ. 27 พ.ย. 2550 @ 11:48
#178866 [ ลบ ]

เราว่ามนเป็นลักษณะนึงของ post modern แหละเนาะ ที่คนพยายามหาเอกลัษณ์ของตัวเอง เพราะตัวเราไม่ได้ยึดโยงกับองค์รวมอีกต่อไป

เราคิดว่าความแตกต่างเป็นสิ่งที่ดีนะ  แต่สังคมต้องมีวุฒิภาวะพอที่จะจัดการกับความแตกต่าง

ไม่งั้น แตกต่าง อาจกลายเป็น แตกแยกได้

ปล.ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันค่ะ 

7.
P
เพชรดา ฐิติยาภรณ์
เมื่อ อ. 27 พ.ย. 2550 @ 20:10
#179828 [ ลบ ]

post modern เป็นยุคที่หาคำจำกัดความยากจริงๆ เราเองว่างๆก็กะจะ up เรื่องนี้เหมือนกัน -- มันเป็นอะไรที่สะท้อนสภาวะทุกอย่างได้ดี ... อย่างที่เมาเม่ายกประเด็นมานั้นก็ใช่เรย ..

    แต่ละยุคสมัยมันก็เป็นอย่างนี้ พอคนบ้าอะไรซักอย่าง คนกลุ่มนึงรู้สึกไม่ใช่ ก็ตั้งเป็นอีกกลุ่ม ..  คำว่า post เลยเกิดขึ้นกับทุกสกุล ทุกศาสตร์ได้ไม่จบสิ้น ... โอ๊ยพูดอะไรอย่างนี้แล้วยาว

ไว้จะเข้าไปอ่านบล็อกเมาเม่าเรื่อยๆเน้อ น่าติดตามๆ ^^

8.
30
ต้น [IP: 58.8.157.77]
เมื่อ จ. 13 ต.ค. 2551 @ 21:09
#316064 [ ลบ ]

ทฤษฏีนี้บูมมากครับ แล้วชื่ออะไรคับผมต้นนะ คิอ ตอนนี้เปนบรรณารักษ์ที่ม หอการค้า และไอเจ้าหางยาวนี้แหละสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับห้องสมุดได้ ต้นชอบศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆครับ แล้วมีบทความด้าน sem บ้างมะคับยังไงจะเข้ามาอ่านบ่อยๆครับ เพระเหนบลอกนี้อธิบายเข้าใจสุด

9.
P
เพชรดา ฐิติยาภรณ์
เมื่อ พฤ. 23 ต.ค. 2551 @ 11:11
#317084 [ ลบ ]

ต้องให้เครดิต อาจารย์เค้าค่ะคุณต้น เราก็พยายามมาถ่ายทอดอีกที อิอิ ^^"

ส่วน sem นี่ไม่แน่ใจว่าจะสื่อถึงคำไหนเอ่ย เพราะเป็นตัวย่อของหลายๆคำเลยนะ

อ่า แนะนำให้ถามคุณกิล ไม่ก็เว็บ master ของ learners เลยก็ได้จ้า น่าจะได้คำตอบนะ ^^

10.
30
ผึ้ง [IP: 203.209.31.212]
เมื่อ พ. 03 ธ.ค. 2551 @ 08:35
#333031 [ ลบ ]

พอดี search หาว่า ทฤษฎีนี้เป็นยังงัย ขอบคุณมากนะคะ

อ่านแล้ว ดีใจว่าการศึกษาไทย อาจารย์มหาวิทยาลัย คอย update ข้อมูล ไม่ตามตำราเก่าเหมือนที่เรียนในโรงเรียน

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.97
ข้อความ:  
เรียกใช้งานตัวจัดการข้อความ
 
รหัสสุ่ม: ( ใส่รหัสสุ่มที่แสดงไว้ด้านบน )
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ

บันทึกอื่นๆ