ความเห็น: 10
เรื่องน่ารู้: 'Long Tail' ทฤษฎีหางยาว (ของคนโลกแคบ?)
จั่วหัวซะน่ากลัว...โลกแคบในที่นี้ไม่ใช่ narrow-minded นะ แต่หมายถึง area ของโลกมันแคบลง... พูดง่ายๆคือเป็นทฤษฎีที่สัมพันธ์กับมุมมองเกี่ยวกับโลกอินเทอร์เน็ตที่ทำให้โลกเรา(หรือใจเรา?)มันดูแคบลงเรื่อยๆ เหมือนอยู่ต่างทวีปแต่เหมือนบ้านอยู่ติดกันจริงๆ ^^..... (ถ้าพูดว่า Global village เพื่อนๆคงคุ้นกันกว่านี้อะเนอะ)
ทฤษฎีหางยาว หรือ Long Tail เราได้ยินครั้งแรกก็จากคลาส netpr อีกเช่นเคย นับเป็น class ที่ได้ใจเรามากๆ หลายเรื่องเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต หรือเทคโนโลยีใหม่ๆเราก็รู้จากคลาสนี้ โดยเฉพาะเรื่องเขียนบล็อกเนี่ย ก็เริ่มเขียนเพราะวิชานี้เหมือนกัน.... ถ้าไม่ได้เรียน ป่านนี้คงได้ใช้ net แต่เพื่อ search google เท่านั้นหละจ้า (ก็วิชาส่วนใหญ่ของเราอยู่กับหนังสือมากกว่าหนะ ^^")
มาพูดเรื่องทฤษฎีกันดีกว่า....

ภาพข้างบนนี้คือแบบจำลองของทฤษฎีหางยาว..... ส่วนหัว คือส่วนของการตลาดในรูปแบบเดิม ในขณะที่ส่วนหางคือความเจริญก้าวหน้าทางการตลาดในรูปแบบที่อิสระไปจากเดิม คือสินค้าไม่จำกัดด้วยประเภท พื้นที่ ความนิยม วัฒนธรรม หรืออะไรทั้งสิ้น สินค้ามีความหลากหลาย หาได้ง่าย เน้นความชอบเฉพาะกลุ่ม(nitche).......การตลาดแบบหลังจึงสอดคล้องกับตลาดในโลกอินเทอร์เน็ต ที่สินค้ามีให้เลือกสรรมากมาย หลากรูปแบบ คน discover อะไรได้ง่ายขึ้นที่สำคัญคือเป็นทางเลือกทางการตลาดที่ดีเพราะต้นทุนต่ำแต่ให้ผลลัพท์ดีเกินคาด
ตัวอย่างชัดๆเช่น.... ถ้าเราจะหาซื้อเพลงที่ชอบสักเพลง คำถามคือ1.หาซื้อได้ที่ไหน 2.ที่ร้านจะมีเพลงที่เราชอบรึป่าว และ 3.ความสะดวกใจในการตัดสินใจซื้อและบริการต่างๆในการขาย..... ถ้ายกแนวคิดนี้เป็นเครดิตให้กับโลกอินเทอร์เน็ตคงพูดได้ว่า net ช่วยให้ชีวิตเราสะดวกขึ้น จะหาเพลงทีก็มีเป็นล้านแปดให้เราเลือก searchหาก็ง่ายกว่าคอยดู shelf จัดอันดับเพลง hit ในร้าน... ในแง่ผู้บริโภค เราจะได้ประโยชน์เรื่องความสะดวกในการเข้าถึงสินค้า ประหยัดเวลาและถูกใจ ส่วนในแง่ผู้ให้บริการ ก็ช่วยลดต้นทุนและขยายโอกาส pr สินค้าตัวเองได้มากขึ้น สอดคล้องตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่เน้นการใช้สรรพยาการที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยเสียต้นทุนต่ำสุดและเกิดกำไรสูงสุด
อาจารย์สุนิตย์บอกว่า กระแส long tail (ยิ่งหางยาว) สื่อว่า sub culture จะบูมขึ้น วัฒนธรรมคลั่ง hit แบบ พี่เบิร์ด แดน บีม จะลดลง>> เงินจะเป็นที่ต้องการน้อยกว่าความต้องการพื้นที่อิสระเพื่อแสดงความเป็นตัวเอง คนจะเริ่มหาจุดยืน ไม่ตามใคร unique styleของปัจเจกทุกคนจะเด่นชัดขึ้นมาในตลาดจากเดิมที่อาจต้องอยู่ใต้ดินหรืออยู่ในมุมของตัวเอง เช่น เพลงอินดี้สมัยนี้ที่บูมจัง.....ที่สำคัญ..... ยิ่งสังคมให้อิสระกับเรามากขึ้นเท่าไหร่ สังคมก็จะเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง.....
ยังไงก็ตามบทเรียนในตอนท้ายของคลาสนี้ น่าคิดมากกว่า ความหลากหลายมันสร้างสรรค์ หรือทำให้คนแตกแยก เพราะโลกที่ diversity ไม่อาจบีบบังคับคนได้ คนบางกลุ่มอาจใช้พื้นที่ทางปัญญาอันมหาศาลไปในทางผิด(อย่างที่รู้ๆกัน ทั้งภัยnet เวบฉาว หรือบล็อกระดมกำลังสร้างความวุ่นวาย ฯลฯ)
Long Tail มีแง่ดีคือสะท้อนมุมบวกของเทคโนโลยี ว่าขยาย information space ของโลกเราได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ผลลัพธ์จากการใช้เทคโนโลยีคงขึ้นกับจิตสำนึกผู้ใช้มากกว่า........ ที่สำคัญ เราสงสัยจังว่า ถ้าวัฒนธรรมคลั่งฮิต(เช่น ที่ คนชอบ mass product บริโภคอะไรเหมือนๆกัน ดูเรื่องเล่าเช้านี้เหมือนกัน ชอบฟัง popซึ้งๆเหมือนกัน)หมดไปจากโลกเราจริงๆ... จะต่างกันตรงไหน ถ้าคนไปฮิตกระแสใหม่ ที่น่าเชื่อว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้โลกเจริญและพังพินาศได้เท่ากัน (โห แรงไปมั๊ยเนี่ย -_-~)
ขอจบความร้อนของ lecture ไว้เท่านี้ก่อนละจ้า ^^"

ความเห็น
เราว่ามนเป็นลักษณะนึงของ post modern แหละเนาะ ที่คนพยายามหาเอกลัษณ์ของตัวเอง เพราะตัวเราไม่ได้ยึดโยงกับองค์รวมอีกต่อไป
เราคิดว่าความแตกต่างเป็นสิ่งที่ดีนะ แต่สังคมต้องมีวุฒิภาวะพอที่จะจัดการกับความแตกต่าง
ไม่งั้น แตกต่าง อาจกลายเป็น แตกแยกได้
ปล.ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันค่ะ
post modern เป็นยุคที่หาคำจำกัดความยากจริงๆ เราเองว่างๆก็กะจะ up เรื่องนี้เหมือนกัน -- มันเป็นอะไรที่สะท้อนสภาวะทุกอย่างได้ดี ... อย่างที่เมาเม่ายกประเด็นมานั้นก็ใช่เรย ..
แต่ละยุคสมัยมันก็เป็นอย่างนี้ พอคนบ้าอะไรซักอย่าง คนกลุ่มนึงรู้สึกไม่ใช่ ก็ตั้งเป็นอีกกลุ่ม .. คำว่า post เลยเกิดขึ้นกับทุกสกุล ทุกศาสตร์ได้ไม่จบสิ้น ... โอ๊ยพูดอะไรอย่างนี้แล้วยาว
ไว้จะเข้าไปอ่านบล็อกเมาเม่าเรื่อยๆเน้อ น่าติดตามๆ ^^
ทฤษฏีนี้บูมมากครับ แล้วชื่ออะไรคับผมต้นนะ คิอ ตอนนี้เปนบรรณารักษ์ที่ม หอการค้า และไอเจ้าหางยาวนี้แหละสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับห้องสมุดได้ ต้นชอบศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆครับ แล้วมีบทความด้าน sem บ้างมะคับยังไงจะเข้ามาอ่านบ่อยๆครับ เพระเหนบลอกนี้อธิบายเข้าใจสุด
ต้องให้เครดิต อาจารย์เค้าค่ะคุณต้น เราก็พยายามมาถ่ายทอดอีกที อิอิ ^^"
ส่วน sem นี่ไม่แน่ใจว่าจะสื่อถึงคำไหนเอ่ย เพราะเป็นตัวย่อของหลายๆคำเลยนะ
อ่า แนะนำให้ถามคุณกิล ไม่ก็เว็บ master ของ learners เลยก็ได้จ้า น่าจะได้คำตอบนะ ^^
พอดี search หาว่า ทฤษฎีนี้เป็นยังงัย ขอบคุณมากนะคะ
อ่านแล้ว ดีใจว่าการศึกษาไทย อาจารย์มหาวิทยาลัย คอย update ข้อมูล ไม่ตามตำราเก่าเหมือนที่เรียนในโรงเรียน
บันทึกอื่นๆ
- เก่ากว่า « มือใหม่หัดเขียน html ^^
- ใหม่กว่า » Sema กับ Thaigoodview เว็บไหนเจ๋งกว่ากัน!?





















































