ขอเชิญทุกท่านมาเป็นส่วนหนึ่งในหนังสือออนไลน์ "จิตอาสาเครือข่ายสมาชิกเว็บไซต์ Learners.in.th"
อ่าน: 2207
ความเห็น: 10

เรื่องน่ารู้: 'Long Tail' ทฤษฎีหางยาว (ของคนโลกแคบ?)

hit ในโลกกายภาพกับใน net ต่างกันตรงไหน?

จั่วหัวซะน่ากลัว...โลกแคบในที่นี้ไม่ใช่ narrow-minded นะ แต่หมายถึง area ของโลกมันแคบลง... พูดง่ายๆคือเป็นทฤษฎีที่สัมพันธ์กับมุมมองเกี่ยวกับโลกอินเทอร์เน็ตที่ทำให้โลกเรา(หรือใจเรา?)มันดูแคบลงเรื่อยๆ เหมือนอยู่ต่างทวีปแต่เหมือนบ้านอยู่ติดกันจริงๆ ^^..... (ถ้าพูดว่า Global village เพื่อนๆคงคุ้นกันกว่านี้อะเนอะ)

    ทฤษฎีหางยาว หรือ Long Tail เราได้ยินครั้งแรกก็จากคลาส netpr อีกเช่นเคย นับเป็น class ที่ได้ใจเรามากๆ หลายเรื่องเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต หรือเทคโนโลยีใหม่ๆเราก็รู้จากคลาสนี้ โดยเฉพาะเรื่องเขียนบล็อกเนี่ย ก็เริ่มเขียนเพราะวิชานี้เหมือนกัน.... ถ้าไม่ได้เรียน ป่านนี้คงได้ใช้ net แต่เพื่อ search google เท่านั้นหละจ้า (ก็วิชาส่วนใหญ่ของเราอยู่กับหนังสือมากกว่าหนะ ^^")

   มาพูดเรื่องทฤษฎีกันดีกว่า....

     ภาพข้างบนนี้คือแบบจำลองของทฤษฎีหางยาว..... ส่วนหัว คือส่วนของการตลาดในรูปแบบเดิม ในขณะที่ส่วนหางคือความเจริญก้าวหน้าทางการตลาดในรูปแบบที่อิสระไปจากเดิม คือสินค้าไม่จำกัดด้วยประเภท พื้นที่ ความนิยม วัฒนธรรม หรืออะไรทั้งสิ้น สินค้ามีความหลากหลาย หาได้ง่าย เน้นความชอบเฉพาะกลุ่ม(nitche).......การตลาดแบบหลังจึงสอดคล้องกับตลาดในโลกอินเทอร์เน็ต ที่สินค้ามีให้เลือกสรรมากมาย หลากรูปแบบ คน discover อะไรได้ง่ายขึ้นที่สำคัญคือเป็นทางเลือกทางการตลาดที่ดีเพราะต้นทุนต่ำแต่ให้ผลลัพท์ดีเกินคาด

     ตัวอย่างชัดๆเช่น.... ถ้าเราจะหาซื้อเพลงที่ชอบสักเพลง คำถามคือ1.หาซื้อได้ที่ไหน 2.ที่ร้านจะมีเพลงที่เราชอบรึป่าว และ 3.ความสะดวกใจในการตัดสินใจซื้อและบริการต่างๆในการขาย..... ถ้ายกแนวคิดนี้เป็นเครดิตให้กับโลกอินเทอร์เน็ตคงพูดได้ว่า net ช่วยให้ชีวิตเราสะดวกขึ้น จะหาเพลงทีก็มีเป็นล้านแปดให้เราเลือก searchหาก็ง่ายกว่าคอยดู shelf จัดอันดับเพลง hit ในร้าน... ในแง่ผู้บริโภค เราจะได้ประโยชน์เรื่องความสะดวกในการเข้าถึงสินค้า ประหยัดเวลาและถูกใจ ส่วนในแง่ผู้ให้บริการ ก็ช่วยลดต้นทุนและขยายโอกาส pr สินค้าตัวเองได้มากขึ้น สอดคล้องตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่เน้นการใช้สรรพยาการที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์มากที่สุด โดยเสียต้นทุนต่ำสุดและเกิดกำไรสูงสุด

   อาจารย์สุนิตย์บอกว่า กระแส long tail (ยิ่งหางยาว) สื่อว่า sub culture จะบูมขึ้น วัฒนธรรมคลั่ง hit แบบ พี่เบิร์ด แดน บีม จะลดลง>> เงินจะเป็นที่ต้องการน้อยกว่าความต้องการพื้นที่อิสระเพื่อแสดงความเป็นตัวเอง คนจะเริ่มหาจุดยืน ไม่ตามใคร unique styleของปัจเจกทุกคนจะเด่นชัดขึ้นมาในตลาดจากเดิมที่อาจต้องอยู่ใต้ดินหรืออยู่ในมุมของตัวเอง เช่น เพลงอินดี้สมัยนี้ที่บูมจัง.....ที่สำคัญ..... ยิ่งสังคมให้อิสระกับเรามากขึ้นเท่าไหร่ สังคมก็จะเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยอย่างแท้จริง.....

    ยังไงก็ตามบทเรียนในตอนท้ายของคลาสนี้ น่าคิดมากกว่า ความหลากหลายมันสร้างสรรค์ หรือทำให้คนแตกแยก เพราะโลกที่ diversity ไม่อาจบีบบังคับคนได้ คนบางกลุ่มอาจใช้พื้นที่ทางปัญญาอันมหาศาลไปในทางผิด(อย่างที่รู้ๆกัน ทั้งภัยnet เวบฉาว หรือบล็อกระดมกำลังสร้างความวุ่นวาย ฯลฯ)

   Long Tail มีแง่ดีคือสะท้อนมุมบวกของเทคโนโลยี ว่าขยาย information space ของโลกเราได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ผลลัพธ์จากการใช้เทคโนโลยีคงขึ้นกับจิตสำนึกผู้ใช้มากกว่า........ ที่สำคัญ เราสงสัยจังว่า  ถ้าวัฒนธรรมคลั่งฮิต(เช่น ที่ คนชอบ mass product บริโภคอะไรเหมือนๆกัน ดูเรื่องเล่าเช้านี้เหมือนกัน ชอบฟัง popซึ้งๆเหมือนกัน)หมดไปจากโลกเราจริงๆ... จะต่างกันตรงไหน ถ้าคนไปฮิตกระแสใหม่ ที่น่าเชื่อว่ามีความเสี่ยงที่จะทำให้โลกเจริญและพังพินาศได้เท่ากัน (โห แรงไปมั๊ยเนี่ย -_-~)

     ขอจบความร้อนของ lecture ไว้เท่านี้ก่อนละจ้า ^^"

หมวดหมู่: สังคม ครอบครัว ชุมชน เศรษฐศาสตร์
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ Copyright
สร้าง: 20 สิงหาคม 2550 12:48 แก้ไข: 01 ตุลาคม 2550 15:01 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

บันทึกอื่นๆ

ความเห็น

1.
Ico32
pottyjang
เมื่อ 22 สิงหาคม 2550 11:29
#110287 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
อยู่ปีไหนแว้วอ่า เรียนที่มธ.ยากมั้ย สู้ๆนะ มาเยี่ยมบลอกเราบ่อยล่ะ เราชื่อยุจ้า
2.

อยู่ปี 4 แล้วจ้า... กำลังเตรียมพร้อมเผชิญโลกแห่งความเป็นจริงในวัยทำงานอยู่...ยินดีที่ได้รู้จักนะยุ

สำหรับผู้ที่สนใจเรื่อง long tail นะคะ ลองไปดูบทความของอ.สุนิตย์ และ file ของอ.ชิตพงษ์ได้ค่ะ บรรยายไว้น่าสนใจมาก ^^

3.
Ico32
Aratus
เมื่อ 03 กันยายน 2550 23:58
#120179 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]
สงสัยเราต้องหาแนวแบบว่า "ก็สุเป็นตัวของตัวเอง" บ้างแล้ว ตามทฤษฎีนี้ไง อิอิ
4.

โห คิดได้อย่างไร ^^"  ขอมุขนี้ไปใช้บ้างนะ อิอิ

5.
ฟิวส์ [IP: 58.8.172.98]
เมื่อ 23 ตุลาคม 2550 23:34
#155223 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

เขียนถึงหละ อ้างอิงมาด้วยหละ อิอิ

http://lab.tosdn.com/?p=87 

6.
Ico32
mao_mao
เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2550 11:48
#178866 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

เราว่ามนเป็นลักษณะนึงของ post modern แหละเนาะ ที่คนพยายามหาเอกลัษณ์ของตัวเอง เพราะตัวเราไม่ได้ยึดโยงกับองค์รวมอีกต่อไป

เราคิดว่าความแตกต่างเป็นสิ่งที่ดีนะ  แต่สังคมต้องมีวุฒิภาวะพอที่จะจัดการกับความแตกต่าง

ไม่งั้น แตกต่าง อาจกลายเป็น แตกแยกได้

ปล.ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกันค่ะ 

7.
Ico32
เพชรดา ฐิติยาภรณ์
เมื่อ 27 พฤศจิกายน 2550 20:10
#179828 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

post modern เป็นยุคที่หาคำจำกัดความยากจริงๆ เราเองว่างๆก็กะจะ up เรื่องนี้เหมือนกัน -- มันเป็นอะไรที่สะท้อนสภาวะทุกอย่างได้ดี ... อย่างที่เมาเม่ายกประเด็นมานั้นก็ใช่เรย ..

    แต่ละยุคสมัยมันก็เป็นอย่างนี้ พอคนบ้าอะไรซักอย่าง คนกลุ่มนึงรู้สึกไม่ใช่ ก็ตั้งเป็นอีกกลุ่ม ..  คำว่า post เลยเกิดขึ้นกับทุกสกุล ทุกศาสตร์ได้ไม่จบสิ้น ... โอ๊ยพูดอะไรอย่างนี้แล้วยาว

ไว้จะเข้าไปอ่านบล็อกเมาเม่าเรื่อยๆเน้อ น่าติดตามๆ ^^

8.
ต้น [IP: 58.8.157.77]
เมื่อ 13 ตุลาคม 2551 21:09
#316064 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

ทฤษฏีนี้บูมมากครับ แล้วชื่ออะไรคับผมต้นนะ คิอ ตอนนี้เปนบรรณารักษ์ที่ม หอการค้า และไอเจ้าหางยาวนี้แหละสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับห้องสมุดได้ ต้นชอบศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆครับ แล้วมีบทความด้าน sem บ้างมะคับยังไงจะเข้ามาอ่านบ่อยๆครับ เพระเหนบลอกนี้อธิบายเข้าใจสุด

9.

ต้องให้เครดิต อาจารย์เค้าค่ะคุณต้น เราก็พยายามมาถ่ายทอดอีกที อิอิ ^^"

ส่วน sem นี่ไม่แน่ใจว่าจะสื่อถึงคำไหนเอ่ย เพราะเป็นตัวย่อของหลายๆคำเลยนะ

อ่า แนะนำให้ถามคุณกิล ไม่ก็เว็บ master ของ learners เลยก็ได้จ้า น่าจะได้คำตอบนะ ^^

10.
ผึ้ง [IP: 203.209.31.212]
เมื่อ 03 ธันวาคม 2551 08:35
#333031 [ แจ้งไม่เหมาะสม ]

พอดี search หาว่า ทฤษฎีนี้เป็นยังงัย ขอบคุณมากนะคะ

อ่านแล้ว ดีใจว่าการศึกษาไทย อาจารย์มหาวิทยาลัย คอย update ข้อมูล ไม่ตามตำราเก่าเหมือนที่เรียนในโรงเรียน

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้

ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 38.107.191.101
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ
รหัสสุ่ม:
   
  ยกเลิก หรือ ดูตัวอย่างก่อนบันทึก หรือ
   

กฏ กติกา การแสดงความคิดเห็น

 1. กรุณางดการใช้ข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ และสื่อมัลติมีเดียใดๆ ที่ไม่สุภาพ คำหยาบ ส่อเสียด กล่าวร้าย ดูหมิ่น พาดพิงทำให้ผู้อื่นเสียหาย และทำให้เกิดความแตกแยกทางสังคม และกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

2. ควรแสดงความคิดเห็นอย่างให้ความเคารพต่อสิทธิของผู้อื่นและตนเอง เนื่องจากความคิดเห็นดังกล่าวจะเผยแพร่ต่อสาธารณะชน

3. กรุณางดการคัดลอกความคิดเห็น หรือข้อความจากแหล่งข้อมูลใดๆ มาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

4. ควรแจ้งแหล่งอ้างอิงข้อมูลอย่างชัดเจน เมื่อมีการอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งอื่นๆ ในการแสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นการแสดงเจตนาถึงการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่น

5. ความคิดเห็นที่แสดงในบันทึก ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฏหมายของผู้แสดงความคิดเห็น

6. เว็บไซต์ Learners ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่ขัดต่อกฏ กติกาข้างต้น และขัดต่อเงื่อนไขการให้บริการของเว็บไซต์โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นดังกล่าว