ความเห็น: 48
ภิกษุสันดานกา : หมิ่นศาสนาหรือว่าสื่อสะท้อนความจริง
ช่วงสองสามวันมานี้ ได้ข่าวเกี่ยวกับภาพศิลป์แนวเสียดสีสังคมที่ค่อนข้างครึกโครม ภาพที่ว่านั้นคือ ภาพ “ภิกษุสันดานกา” ค่ะ ภาพนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญทองประเภทจิตรกรรม จากการประกวดผลงานศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 ประจำปี 2550 และขณะนี้ จัดแสดงอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากร เพื่อนบ้านของธรรมศาสตร์นี่เอง
ตามข่าว ได้บรรยายภาพไว้เห็นชัดทีเดียว ขอยกมาแล้วกันนะคะ “ ผศ.เสถียร วิพรมหา เลขาธิการเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ กล่าวว่า ภาพดังกล่าวไม่เหมาะสมหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์ทั้ง 2 รูป เอาหัวชนกัน หลับตา มีปากแหลมเหมือนปากของอีกา แสดงกิริยาแย่งด้ายสายสิญจน์และตะกรุดในบาตร สักยันต์รูปกบอยู่ในท่าผสมพันธุ์ ส่วนร่างกายของพระด้านขวา มีภาพตุ๊กแกอยู่ในท่ากำลังผสมพันธุ์ด้วย ในย่ามพระมีลูกกรอกแสดงถึงความเป็นเพศชายและเพศหญิง โดยผู้หญิงกำลังทำท่าผสมพันธุ์อยู่”

ขวัญเคยเห็นภาพนี้บนโปสเตอร์ของงานนิทรรศการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 นะคะ จำได้ว่าแอบไปนั่งพักหลบร้อนตอนงานรับปริญญาของธรรมศาสตร์ ( หุหุหุ หลบร้อนซะคนละมหาวิทยาลัยเลย แหม… เดินแค่ 5 นาทีก็ถึงแล้ว” ขวัญกับเพื่อนเห็นแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันหมิ่นศาสนาเลยสักนิด เพื่อนของขวัญคนที่ว่าก็เรียนธรรมะได้อืม… ไม่รู้ว่าเรียกเปรียญอย่างที่ภิกษุท่านได้รับหรือเปล่านะคะ แต่ความรู้ด้านศาสนาของเขาก็อยู่ในระดับหนึ่ง เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร ขวัญกับเพื่อนยังคุยกันอยู่เลยว่า “ เออ… เข้าท่า มันมองเห็นภาพสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบันดีนะ”
เพราะในปัจจุบันนี้ มีพวกเหลือบศาสนาอาศัยความศรัทธาของชาวบ้านหากินอยู่ตั้งเยอะ
ทั้งพวกที่บวชตัวเองแล้วห่มผ้าเหลืองตอนกลางวันพอตกเย็นก็กลับบ้านในใส่เสื้อยืดตามปกติ อยู่กันเป็นหมู่บ้านเลยทีเดียว
พวกที่เป็นถึงเจ้าคณะ เจ้าอาวาสไปเปิดห้องโรงแรมจู๋จ๋ดู๋ดี๋กะสีกา เราก็เห็นตามข่าวบ่อยจะตาย
ล่าสุด โดนจับสึกแล้วไปเล่นหนังญี่ปุ่นท่าจะรุ่ง พวกที่อ้างตนรักษาสารพัดโรคได้ด้วยการให้สีกาเปลือยอก ราดเหล้าแล้วลูบมีดจากบนลงล่าง
ตอนที่เห็นภาพนั้น ไม่ได้คิดถึงพระภิกษุในแง่ร้ายเลย แต่มันทำให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าเหลืองจอมปลอมที่มีคนชั่วเอามาใช้หากินมากกว่า คนเราต้องมองให้ลึกไม่ใช่เหรอคะ
งานศิลป์พวกนี้ ไม่ใช่ Abstract ก็จริงแต่การดูภาพศิลป์ก็ควรจะดูอย่างพิจารณา ไม่ใช่เห็นผาดๆแล้วผ่านไป ( ลองนึกถึงภาพโมนาลิซ่าสิคะ ทุกวันนี้ ภาพผู้หญิงนั่งยิ้มธรรมดา ยังทำให้คนเถียงกันไม่หยุดเลยว่า เจ๊แกยิ้มเพราะอะไร เจ๊เป็นใคร ใช่ ดาวินชิภาคผู้หญิงหรือไม่ ... อู๊ย…ยย มากมาย)

ด้าน นายอนุพงษ์ จันทร ศิลปินเจ้าของผลงานวัย 27 ปี กล่าวว่า ผลงานดังกล่าว เป็นการนำเสนออีกมุมหนึ่งของสังคม เป็นธรรมดาที่จะมีทั้งคนที่ชอบ ไม่ชอบ เป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว แต่ยืนยันว่านับถือศาสนาพุทธ เจตนาการสร้างงาน จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีเจตนาทำลายศาสนา แต่เป็นการกระตุ้นเรื่องบาปบุญคุณโทษ โดยเอาสิ่งที่เกิดในสังคมจริงๆ มานำเสนอ เนื้อหาอาจจะแรงกระทบใจจากคนกลุ่มหนึ่ง เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกไม่ดี แต่ถ้ามองที่เจตนา จะเป็นตัวบอกจุดมุ่งหมายว่าทำไมศิลปินถึงสร้างงานแนวนี้ เป็นการสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม เป็นวิกฤติศรัทธา ความเชื่อมั่นในพระสงฆ์ปัจจุบัน มีมากน้อยขนาดไหน มีคนเคยเขียนถึงตรงนี้ พูดถึงตรงนี้ไว้มากมาย มีพระเขียนถึงพระเองก็มี รัชกาลที่ 6 ท่านเคยพระราชนิพนธ์ลงในเทศนาเสือป่า เกี่ยวกับปัญหาของพระสงฆ์เอาไว้ด้วยซ้ำ ในหลายๆ ที่ ก็เคยนำเสนอว่า พวกนอกรีต อาศัยศาสนาหากินนั้นมีบัญญติลงโทษเกี่ยวกับบาปกรรมอย่างไร ( เนื้อหาข่าวจาก คมชัดลึก)
บทความก่อนหน้านี้
"ที่หมาย" กะ "ที่ตาย" ไม่เหมือนกันนะคะ
จะเป็นนักเขียนอ้ะ...จาเป๊นนนนนนนน!!!
ความเห็น
Dear Kwan,
Read this:
พระ - โยมบ้านใหญ่โต สวยมาก ราคาเท่าใดหรือ?
คน - 5 ล้านกว่าๆ...ครับ...
พระ - โอ้โห แล้วโยมทำงานอะไรถึงมีเงินซื้อละ
คน - ไม่ได้ทำอะไร....บ้านได้ฟรีมาครับ
พระ - โอ้ จริงหรือ? ทำไงบอกได้ปล่าว?
คน - ได้ ... ผมเกิดมาตัวเปล่า ทุกอย่างในชีวิตเป็นของฟรี ทั้งนั้น...พอตายไปแม้แต่ร่างกายที่เอามาด้วยยังต้องคืนเลย.....ผมกินแค่อิ่มก็สุขสุดๆแล้ว...
พระ - (เงียบ ...และ งง ง ง ง ง ง )
“พระภิกษุสันดานกา” กับ “หมา-มนุษย์”
โดย : พระมหาประยงค์ โฆสการี.(ต่อ)
โดย : พระมหาประยงค์ โฆสการี
การปกป้องภัยอันร้ายกาจนี้ ไม่ช่วยกันคุ้มภัยพระพุทธศาสนากันอย่างแข็งขันแล้ว ในที่สุดปริยัติอันเป็นพระสัทธรรมแท้จะค่อยๆหมดไป อยากทราบเหลือเกินว่า แม้มีชีวิตอยู่ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แม้ตายก็อย่าได้หมายว่าจะนอนตายตาหลับ เพราะฉะนั้น อย่าได้ยินยอมให้พระพุทธศาสนาตกอยู่ภายใต้ปลายพู่กันของศิลปิน(ศิลเปอะ) ที่ไม่รู้เรื่องราวเลย ศาสนาไม่ได้มีไว้เพื่อให้คนปกป้องก็จริงอยู่ ศาสนาต้องปกป้องคนก็จริงอยู่ แต่อย่าลืมว่าศาสนาประกอบไปด้วย ศาสดา ศาสนธรรม ศาสนพิธี ศาสนบุคคล ศาสนสถาน ไม่ใช่ว่าเรายึดติดกับภาพวาด แต่ศาสนาจะดำรงอยู่ได้หากยังมีคนหรือบุคคลนับถืออยู่ และศาสนาจะตายไปได้เช่นเดียวกันถ้าหากปราศจากคนนับถือ แม้ว่าธรรมะในศาสนานั้นจะดีเลิศประเสริฐศรีสักเพียงใดก็ตามที ธรรมะที่ดีที่สุดนั้นจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยถ้าไม่มีคนปฏิบัติตาม แล้วใครล่ะคือผู้ปฏิบัติและผู้สืบทอดศาสนาหากไม่ใช่ตัวบุคคล ถ้าขาดศาสนบุคคลเสียแล้ว ศาสนาจะยังคงเป็นศาสนาอยู่ได้ไหม คิดดูให้ดี ถ้าชาวพุทธไม่คิดที่จะปกป้อง ใครจะปกป้อง ถ้าชาวพุทธไม่รักกัน ใครล่ะจะมารัก ถ้าชาวพุทธคอยทับถมซ้ำเติมกัน เราจะเอาความภาคภูมิใจที่ไหนมาพูดให้ลูกให้หลานฟัง ดังนั้นชาวพุทธอย่าได้หลงประเด็น แต่สำหรับหมา-มนุษย์ผู้ที่นำเอาสิ่งสกปรกมาแปดเปื้อนพระพุทธศาสนาโดยที่มีเจตนาอื่นแอบแฝง และนำเสนอสิ่งที่วิปริตคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงทำให้พระสัทธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เป็นอริยสัจประกอบด้วยความจริงตลอดกาลนั้นต้องมัวหมองด้วยเหตุอันไม่สมควรใดๆก็ดี ขอให้เขาผู้นั้นจงประสบแต่ความวิปริตคลาดเคลื่อนมัวหมองในทุกโอกาสชาติภพที่เกิดมีลมหายใจสาสมดุจเดียวกันกับที่ได้ทำให้พระสัทธรรมของพระพุทธองค์ให้ได้รับความมัวหมองจงทุกประการเทอญ ฯ...................... ทุกสังคมดีชั่วกลั้วกันไป ดีหรือไม่อยู่ที่ตนคนหรือหมา พุทธศาสน์เขาตีแผ่โฆษณา หมดราคาเปรียบกับกาสุนัขแมว โอ้ ! พระสงฆ์องค์เจ้าเขาดูหมิ่น มาวาดศิลป์เปรอะเปื้อนให้มัวหมอง ตัวเป็นหมากาไก่ครองจีวร มาหมอบนอนให้กามาเกาะตัว ปากเป็นกาตามตัวเสพสังวาส สารพัดสัตว์สมสู่คู่ประสงค์ ปากเป็นหมามือตีนล้วนบรรจง พิศวงน่าประหลาดวาดเป็นคน ที่ช้ำใจวาดด้วยจีวรพระ ศิลปะจัญไรอะไรนี่ มึงวาดได้ไม่สนคนอัปรีย์ ช่างไม่มีความละอายอ้ายคนพาล มึงจะวาดว่าใครก็ช่างเถิด คิดให้เพริศพิสมัยควรใหลหลง มึงจะวาดด้วยใจที่ทรนง ให้มึงลงชื่อไปให้ชัดเจน อย่ามามั่วเอาจีวรของสูงค่า เปรียบราคาต่ำทรามตามประสงค์ เอาตรงนี้ปะตรงนั้นปั้นเป็นปม มีคนชมเชยค่าราคามึง ทุกสังคมมีทั้งคนดีชั่ว คนมีหัวไว้คิดเรื่องสร้างสรรค์ คิดเรื่องเลวต่ำทรามสารพัน อย่าแบ่งปันความคิดชั่วแบบมั่วเอา มันเป็นเพียงด้านเดียวมุมเล็กเล็ก อาจสรรค์เสกโลกทั้งใบให้มัวหมอง เหมือนคนดึงเอาเพียงเครือฟักทอง ก็มัวหมองสะเทือนทั้งดอกใบ หากจะวาดว่าใครให้คิดก่อน เอาจีวรกางวาดปราชญ์ฉงน มึงเหมารวมพระทั่วทั้งมณฑล สัปดนเลวทรามดังภาพมึง ขออำนวยอวยพรให้ผู้วาด จงประหลาดแปลกตาดังว่านี้ เกิดชาติหน้าฉันใดให้เกิดมี จงปากนี้เป็นกามาจิกกิน หรือไม่ก็ให้ปากเป็นดุจหมา ทั้งหน้าตาส่วนหัวมัวหมองสิ้น ให้เกิดเป็นหมูหมาให้ชาชิน จะได้สิ้นสันดานหมากาไก่ควาย............ พระมหาประยงค์ โฆสการี ผู้ประพันธ์NEW VIEW
By PhramahaPrayong Kosakari
ทุกสังคมดีชั่วกลั้วกันไป ดีหรือไม่อยู่ที่ตนคนหรือหมา พุทธศาสน์เขาตีแผ่โฆษณา หมดราคาเปรียบกับกาสุนัขแมว โอ้ ! พระสงฆ์องค์เจ้าเขาดูหมิ่น มาวาดศิลป์เปรอะเปื้อนให้มัวหมอง ตัวเป็นหมากาไก่ครองจีวร มาหมอบนอนให้กามาเกาะตัว ปากเป็นกาตามตัวเสพสังวาส สารพัดสัตว์สมสู่คู่ประสงค์ ปากเป็นหมามือตีนล้วนบรรจง พิศวงน่าประหลาดวาดเป็นคน ที่ช้ำใจวาดด้วยจีวรพระ ศิลปะจัญไรอะไรนี่ มึงวาดได้ไม่สนคนอัปรีย์ ช่างไม่มีความละอายอ้ายคนพาล มึงจะวาดว่าใครก็ช่างเถิด คิดให้เพริศพิสมัยควรใหลหลง มึงจะวาดด้วยใจที่ทรนง ให้มึงลงชื่อไปให้ชัดเจน อย่ามามั่วเอาจีวรของสูงค่า เปรียบราคาต่ำทรามตามประสงค์ เอาตรงนี้ปะตรงนั้นปั้นเป็นปม มีคนชมเชยค่าราคามึง ทุกสังคมมีทั้งคนดีชั่ว คนมีหัวไว้คิดเรื่องสร้างสรรค์ คิดเรื่องเลวต่ำทรามสารพัน อย่าแบ่งปันความคิดชั่วแบบมั่วเอา มันเป็นเพียงด้านเดียวมุมเล็กเล็ก อาจสรรค์เสกโลกทั้งใบให้มัวหมอง เหมือนคนดึงเอาเพียงเครือฟักทอง ก็มัวหมองสะเทือนทั้งดอกใบ หากจะวาดว่าใครให้คิดก่อน เอาจีวรกางวาดปราชญ์ฉงน มึงเหมารวมพระทั่วทั้งมณฑล สัปดนเลวทรามดังภาพมึง ขออำนวยอวยพรให้ผู้วาด จงประหลาดแปลกตาดังว่านี้ เกิดชาติหน้าฉันใดให้เกิดมี จงปากนี้เป็นกามาจิกกิน หรือไม่ก็ให้ปากเป็นดุจหมา ทั้งหน้าตาส่วนหัวมัวหมองสิ้น ให้เกิดเป็นหมูหมาให้ชาชิน จะได้สิ้นสันดานหมากาไก่ควาย............ พระมหาประยงค์ โฆสการี ผู้ประพันธ์
คนเหล่าใด ย่อมรวมกลุ่มกับคนเล่านั้น
ลองนึกดูครับ......ลองตรึกดู
คนเขียนภาพ กรรมการ น่าคิดไหม !
คำพูดที่ดี ย่อมออกมาจากความคิด
ภายในที่ดี
ทำนองเดียวกับการกระทำ...............
มีอะไรอยู่ในหัว ของ ผู้วาด
ผู้ตัดสิน !
ปากบอกใฝ่ธรรม ทำอะไรออกมาเป็นศิลปินแนวอะไรกัน ทำไมไม่ดู.......ตัวอย่างดีๆๆๆๆๆอย่างคุณ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ บ้าง ลองศึกษาดู ศิลปินในอดีตของไทยท่าน รับใช้พระพุทธศาสนากันอย่างไรลองไปศึกษาดู
ชลิต
สันดานกา หมา-นุษย์
ตะบี้ตะบันมั่นมุ่งแท้ แน่ใจ
ทีท่าเหิมเริงไฟ ใฝ่สะท้อน
ประชาธิปไตยไง ฉันมั่น กมลแฮ
มีสิทธิ์ใช้สิทธ์อ้อน สิทธิ์ใช้ ไฉนทราม ฯ
งามสุนทรีย์พร่างพร้อย ภาพงาน
งามยิ่งแล้อุดมการณ์ เหล่าข้า
ศิลปะแห่งชาติตระการ จรุงจิตต์
งามสะท้อนสัจจ์กล้า เหล่าข้า มั่นผดุง ฯ
งามศิลป์ค่าเลิศล้ำ ย้ำยิน
งามค่าควรแผ่นดิน สยามหล้า
ควรเทิดเปิดแสดงสิ้น เสพทั่ว กันนา
มากหลากรางวัลท้า จึ่งกล้า การันตี ฯ
กระท้อนทุบทุบเถิดถ้า รสดี ท่านเอย
แก้วหากคือเลิศมณี รัตน์ล้ำ
เนิ่นกาลนับพันปี ชนนอบ นบเฮย
มิใฝ่ ปาคูถซ้ำ ปิดกั้น แสงมณี ฯ
เวทนาปลาเต่าน้อย หอยปู
หากว่ายหมายชื่นชู ฝั่งแพร้ว
กระแสซัดสาดกราดกรู เกยหาด
มิปรารถนาอีกแล้ว เหือดสิ้น ศรัทธา
ร้อยร้อยโจรว่าร้าย ยังดี ท่านเอย
ปล้นปอกลอกไปที แค่เสี้ยว
ศรัทธาถูกย่ำยี ปล้นนิ่ม
วายวอดวนหม่นเถี้ยว โศกสิ้น กัปกัลป์ ฯ
ผดุงปริยัติไว้ ยืนยง
ภิกษุหนึ่งธำรง มั่นไว้
คันถธุระคง เพียรมั่น สืบแล
ท่ามยุคศรัทธาไร้ บากหน้า ผดุงเดิน ฯ
*คูถ = อุจจาระ
เถี้ยว = เที่ยว
**หลังจากได้ดู จับเข่าคุย ช่อง3 หลายวันก่อน**
หมายเหตุ
๑.ผลจากสิ่งที่ศิลปินสะท้อนโดยเหมารวมคณะสงฆ์ ก็ได้เห็นคนจำนวนหนึ่ง โพสเข้าไปด่าพระอย่างครึกโครม ตามเวปที่มีข่าวลงโดยไม่กระดากปาก
มีความแตกแยกทางความคิดอย่างชัดเจน
(สงสัยว่า ศาสนิกศาสนาอื่น ๆ ไม่เห็นลุกมาสะท้อนแง่มุมเสีย ๆ ของศาสนาตนเองเลย ...งานนี้ไม่รู้ใครได้ ใครเสีย )
๒. เห็นเรือด่วนเจ้าพระยาจากท่าน้ำนนท์บางลำ เอาป้ายข้อความที่นั่งสำหรับภิกษุ-สามเณรออกแล้ว(ทาสีกลบ) ถึงไม่ทำอย่างนั้น ปกติคนที่ไปนั่งตรงนั้นก็ไม่มีใครลุกอยู่แล้ว
(พระผู้ใหญ่ ท่านบารมีมาก เกิดอะไรขึ้น ท่านจะไม่ได้รับ ผลกระทบใด ๆ ทั้งสิ้น สัมภาษณ์อะไรท่านต้องให้เป็นกลางที่สุด อยู่แล้ว )
๓.ประเทศ สถาบัน หรือสมาคมไหน ที่ถูกประณามหยามเหยียด ถูกรังเกียจ ถามว่าใครอยากเข้าไปอยู่ ไปเป็นส่วนหนึ่งในสถาบันนั้นบ้าง ถามเรา ๆ ก็
คงบอกว่า no thanks คนจะสืบทอดศาสนาก็คงน้อยลงเรื่อย ๆ ทุกวันนี้
เห็นบวชกันแค่ ๗ วัน ๑๕ วันยังไม่ทันได้เรียนรู้อะไรเลย...
๔.ชาวพุทธที่เคยรู้เกี่ยวกับพุทธประวัติตั้งแต่เป็นพระโพธิสัตว์เป็นต้นมารู้เรื่องราวเกี่ยวกับผ้ากาสาวพัสตร์ จะไม่กล้าหมิ่นน้ำพระทัยพระพุทธเจ้าเลย
จะไม่กล้าแม้แต่จะคะนองคิด นี่เล่นเอาจีวรพระมาขึงเขียนภาพอุดจาด แทนที่จะใช้ผ้าอย่างอื่น...ศิลปินน่าจะศึกษาพุทธให้มากขึ้นกว่าคนทั่วไป
๕. พระบางรูปมีพร้อมทั้ง ศีลาจารวัตร
บางรูปแม้ อาจาระ(มารยาท) หรือ
วัตร (ข้อปฏิบัติ) อาจดูไม่เข้าตาชาวบ้าน (เช่นออกมาประท้วง )
แต่มิได้หมาย ความว่า ท่านไม่มีศีล(ในส่วนวินัยข้อห้าม) เพราะฉะนั้น
อยากด่าพระควรระวังให้มากไว้ก่อน....(ไม่ใช่ของฟรีอย่างที่คิด)
เราจะได้ปลอดภัย...(เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รอง
ยังจะเอากะทะทองแดงห้อย คออีก)
๖.สมัยพุทธกาลมีภิกษุชั่วบาปหยาบร้ายกว่านี้เยอะ (ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก วินัยปิฎก จะมีตัวอย่างพระทำอะไร ๆ อย่างที่เราคาดไม่ถึง ) พระพุทธเจ้า
ทรงยอมรับจุดนั้น ได้วางโทษไว้เป็นระดับ ๆ และข้อแก้ไขไว้เป็นระดับ ๆ หนัก เบา
๗.พระพุทธเจ้าเคยเสด็จไปปกป้อง พระญาติศากยวงศ์ถึง สามครั้งสมัยถูกพระเจ้าวิทูฑะภะ ยกทัพไปเข่นฆ่า ..ถึงกรุงกบิลพัสด์ จนวอดวายสูญสิ้นศากยวงศ์ ในสมัยนั้น ในที่สุดห้ามไม่ได้ ท่านก็จึงวางเฉย
สถาบันที่ควรปกป้องพระองค์ก็ทรงปกป้อง ไม่ทอดทิ้งธุระเสีย....
เรื่องที่ควรเฉยจึงเฉย เช่น ถูกนางมาคันทิยา จ้างคนไปตามด่าเวลาเข้าไปสู่คาม นิคม หรือบิณฑบาต เป็นต้น...
.ถ้าอุบาสกอุบาสิกา เข้มแข็ง พระคงไม่ต้องออก
มาประท้วงจีวรปลิวอย่างในไทยหรือในพม่า ฯ
๘. เงินทอง บุตรธิดา ฯลฯ เป็นทรัพย์เครื่องปลื้มใจ
ได้ในชาตินี้ชาติเดียว เท่านั้น แต่ศรัทธาเป็นอริยทรัพย์ ๑ ใน
๗ อย่างที่ตามไปอำนวยสุขให้ได้ใน ทุกภพทุกชาติ
ขอให้พี่น้องผองเพื่อนรักษาไว้ให้มั่น.......
ผู้ใดห้ามคนอื่นทำบุญ ทำกุศล หรือทำประโยชน์ ต่าง ๆ
( ด้วยวาจาตรง ๆ ก็ดี ด้วยการ ทำลายศรัทธาเขาวิธีใดวิธีหนึ่งก็ดี )
ผู้นั้นชื่อว่า ปล้นบุญของผู้จะให้ทาน ปล้นลาภของผู้จะได้รับ
พระพุทธเจ้าตรัสเรียกว่าเป็น มหาโจร ฯ
ประพันธ์โดย แสงเหนือ คัดลอก จากเวปบ้านกลอนไทย...........
การฆ่าคนจะเจตนาหรือไม่ก็ดี ตั้งใจหรือประมาทก็ดี ล้วนมีโทษทั้งสิ้น....
ผู้ใดในโลกนี้ แม้เพียงคนเดียว เห็นภาพที่ศิลปินเขียนแล้ว เสื่อมศรัทธาในสงฆ์ โทษหนักไม่อาจประมาณได้
ทานที่ให้ในสงฆ์นั้น แม้เราจะรู้ว่าในสงฆ์นั้นมีภิกษุทุศีลรวมอยู่ แต่เราระลึกถึงคุณของพระสงฆ์แล้วถวาย ด้วยความยำเกรงสงฆ์ เคารพสงฆ์ ศรัทธาในหมู่สงฆ์ ปราศจากปฏิฆะ (จิตนึกรังเกียจ)
ทานนั้นมีผลมากกว่าทานที่ให้เจาะจง
พระอรหันต์รูปใดรูปหนึ่ง ดังพระบาลีว่า...
(สงฺเฆ จิติการํ กาตุง สกฺโกนฺตสฺส หิ ขีณาสเว
ทินฺนทานโต อุทฺทิสิตฺวา คหิเต ทุสฺสีเลปิ ทินฺนํ มหปฺผลตรเมว ฯ ...)
จากหนังสือมังคลัตถทีปนีข้อ ๒๒ หน้า ๑๕-๑๖
ศิลปิน และคณาจารย์ผู้สนับสนุน เตรียมตัว
ลงนรกเถอะ..เพราะผลจากการกระทำของพวกท่านมันแรงมาก ........ถ้ากลัวต้องรีบบวชตลอดชีวิตล้างซวยเสียจะหาว่าไม่เตือน.....เห้นว่าเป็นชาวพุทธด้วยกันนะ
หรือว่าไม่ใช่?
ภาพเขียนที่ชื่อภิกาสันดานกานี้ ตอบว่าศิลปินทำไม่ถูกต้องในฐานะชาวพุทธที่แท้มีศรัทธาไม่ง่อนแง่นคลอนแคลนในพระพุทธเจ้าพระธรรมและพระสงฆ์ เพราะสาเหตุว่า
1. เป็นการวาดภาพที่นอกเหนือจากพระพุทธพจน์จาการศึกษามาไม่มีภิกษุที่กระทำดังภาพที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า เป็นภิกษุสันดานกา (ดูได้จากพระไตรปิฎกแล้วเทียบกับภาพ)
2. การที่มีผู้มากล่าวว่าก็ดีที่มีผู้มาแสดงความคิดอย่างนั้น ในข้อนี้เมื่อภาพวาดไม่ถูกตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ แสดงว่าเราลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธเจ้าโดยบังอาจแก้ไขความในพระไตรปิฎกมาตีความให้ผิดเพี้ยน
3. พระพุทธเจ้าพระองค์ทรงสอนพระภิกษุของพระองค์เองเปรียบเทียบขึ้นมาแต่ศิลปินทำตัวอวดดีกว่าพระพุทธเจ้ามาตีความบาปมหหันต์นะครับ
4. จีวรเป็นธงชัยแห่งพระอรหันต์ไม่ควรนำมมาเปรอะเปื้อนด้วยภาพอันเป็นทางลบ ควรจะเขียนภาพที่ดีมีประโยชน์
ความเห็นนี้อยากฝากกับท่านที่เห็นด้วยกับผู้วาดภาพว่า ผ้วาดภาพนั้นกระทำการไม่บังควรคือตีความพระธรรมของพรพุทธองค์ผิดพลาดพระพุทธองค์ทรงตรัสเป็นนามธรรมเท่านั้น ไม่มีการนำภาพมาวาดเปรียบเปรย และศาสนาอื่น ๆ ก็ไม่มีการถูกย่ำยีอย่างนี้น่าสงสารพระปฏิบัติดีในโลกนี้อีกมากที่ถูกผู้ไม่เข้าใจศาสนาพุทธยำยีโดยความคิด
ดิฉันเห็นด้วยกับคุณลมเหนืออย่างแรงค่ะ เพราะว่าดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ขึ้นรถลงเรือเป็นประจำค่ะ เห็นพระภิกษุสามเณรที่เป็นพระเณรชั้นผู้น้อยต้องใช้บริการรถด่วนเรือด่วนต่างๆอยู่เป็นประจำ ท่านก็เป็นพระเณรธรรมดาไม่มีปัจจัยที่จะจ่ายค่าแท็กซี่ราคาแพงๆหรือว่ามีรถยนต์ส่วนตัวเหมือนอย่างพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ในระดับผู้ใหญ่จนยากที่จะเข้าถึงหรอกค่ะ พระผู้ใหญ่ท่านไม่เคยขึ้นรถเมล์หรือว่าเรือด่วนเจ้าพระยาสักครั้งเลย ดิฉันก็ไม่เคยเห็นพระผู้ใหญ่ขึ้นรถเมล์ หรือเรือด่วนเลยสักครั้งนะค่ะ ดิฉันก็อายุปาเข้าไปเลข 4 นำหน้าแล้วนะค่ะปีนี้ ก็เห็นแต่พระเณรที่ท่านเป็นนักเรียนเท่านั้นแหล่ะที่ท่านใช้บริการอยู่ แต่ท่านก็ไม่ได้นั่งนะค่ะ บนเรือน่ะ ท่านยืนเอาค่ะ ยืนจนกระทั่งถึงปลายทางแน่ะค่ะ ดิฉันในฐานะที่ก็เป็นอุบาสิกา ยากจะลุกให้ท่านนั่งค่ะ แต่ก็ไม่ได้ลุก เพราะท่านโดยสารมาหลายรูป ถ้าดิฉันลุกให้ท่านนั่งเพียงคนเดียวก็คงไม่ครบทุกรูปเพราะคนอื่นเขาก็ไม่ได้มีความคิดเห็นเหมือนกันกับดิฉันนี่ค่ะ ก็เลยทำเป็นนั่งนิ่ง ทั้งๆที่ไม่สบายใจ ดิฉันก็ถามท่านนะค่ะว่าท่านต้องยืนอย่างนี้ตลอดเลยหรือค่ะ ท่านก็ตอบว่า เจริญพรโยม อาตมาก็ยืนอย่างนี้ตลอด ก็ไม่ได้ลำบากอะไร สบายดีโยม ดิฉันรู้สึกว่ามันก็ไม่ยุติธรรมนะคะถ้าพระเสียค่าโดยสารแล้วไม่ได้นั่งแถมต้องยืนเป็นเวลานานๆนะค่ะ แต่ท่านก็บอกว่า ท่านไม่ได้เสียค่าโดยสารแต่อย่างใดค่ะ ดิฉันเลยโล่งอกไปที แต่ก็ยังเสียความรู้สึกมากๆค่ะ เพราะดิฉันเคยอยู่ต่างจังหวัดมาก่อน คนต่างจังหวัดเขาไม่ใจดำเหมือนคนกรุงเทพฯอย่างนี้แน่ค่ะ ดิฉันมั่นใจ หลังจากวันนั้นดิฉันก็ไม่อยากขึ้นเรือด่วนอีกเลยเพราะไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกค่ะหันมาขึ้นรถเมล์แทนค่ะ แต่ก็ยังไม่วายนะค่ะ กลับเห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ รถเมล์ในกรุงเทพก็ยิ่งไม่ชอบรับพระเณรค่ะ เพราะว่าอะไรนั่นหรือค่ะ ดิฉันก็ไม่เข้าใจจนถึงเดี๋ยวนี้แหละค่ะว่าทำไม แต่เมื่อเห็นพระเณรมารอโดยสาร ทั้งคนขับทั้งคนเก็บค่าโดยสารก็ทำเป็นไม่พอใจค่ะ และถ้าพอจะออกรถหนีได้ก็รีบออกทันทีค่ะไม่สนใจว่าท่านจะวิ่งตามหรือว่าโบกให้รอเลยแม้แต่น้อยค่ะ คนโดยสารก็ได้แต่มองกันค่ะแต่ก็ดูสีหน้าแล้วทุกคนไม่ได้สลดกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าแต่อย่างใดค่ะ บางคนกลับหัวเราะร่าออกมาด้วย ดิฉันงงมากๆค่ะว่าทำไมถึงทำกันแบบนี้ พระท่านจะได้โดยสารแน่นอนก็ต่อเมื่อมีผู้คอยโดยสารรถอยู่จำนวนมากๆท่านก็แทรกฝูงชนเข้าไปนั่งได้ค่ะ แต่ก็ต้องเจอกับด่านของคนเก็บค่าโดยสารที่ท่าทางไม่เป็นมิตรกับพระเณรสักเท่าไหร่ค่ะ เขาไม่ได้ไปเก็บค่าโดยสารกับพระหรอกค่ะ แต่บอกให้พระไปนั่งเบาะหลังสุดแล้วชิดริมขวาสุดอย่ามานั่งตรงกลางเพราะผู้โดยสารท่านอื่นก็มีค่ะ เขาว่าอย่างนั้น พระท่านก็ขยับไปจนสุดริมขวาทีเดียวค่ะ ดูแล้วสงสารท่านจับใจค่ะ นี่แหล่ะค่ะที่ดิฉันเห็นมาตลอดเกี่ยวกับการขึ้นรถลงเรือของพระสงฆ์สามเณรในกรุงเทพฯค่ะ ในขณะเดียวกันที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่ท่านมีเบนซ์นั้ง มีเก๋งนั่งท่านจะมาสนใจอะไรล่ะคะ และจะรับรู้ถึงความลำบากของพระได้อย่างไรค่ะ ดิฉันเห็นว่าถ้าไม่เจอกับตัวก็ไม่รู้ ถ้าไม่เจอปัญหาก็ไม่รับรู้ปัญหาหรอกค่ะ และท่านเหล่านั้นท่านไม่มีโอกาสได้รับรู้ปัญหาว่าพระเณรในการปกครองของท่านนั้นลำบากลำบนสักเท่าไรในการเดินทางไปไหนมาไหนน่ะค่ะ เวลาท่านจะให้สัมภาษณ์อะไรกับสื่อ ท่านก็พูดแบบสบายๆ บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น พูดเนิบๆ สบายๆ สไตล์ท่านล่ะค่ะ เพราะต้องรักษาภาพพจน์ของตนเองเอาไว้ แต่ไม่เคยจะมีโอกาสหรือไม่อยากมีโอกาสรับรู้ปัญหาที่พระเณรชั้นผู้น้อยได้รับหรือกค่ะ ดิฉันได้สนทนากับพระเณรที่ท่านเดินทางไปศึกษาตามที่ต่างๆในกรุงเทพจึงได้รู้ปัญหาที่แท้จริงของท่านที่น้อยคนนักทึ่จะรับรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มหาเถรสมาคม ที่ท่านบอกว่าไม่เคยรับรู้เรื่องอะไรเลย ตัวเองสบายอยู่แต่ในพระอารามรอกิจนิมนต์ต่างๆในแต่ละวัน ใช้เวลาในแต่ละวันหมดไปก็กับกิจนิมนต์นี่แหล่ะค่ะ โดยไม่สนใจให้ความสำคัญหรือว่ามีนโยบายอะไรมาให้ความสะดวกหรือผ่อนคลายความทุกข์ยากลำบากของพระเณรที่ท่านปกครองอยู่เลยแม้แต่น้อยค่ะ และดิฉันก็คิดว่าน่าจะจริงอย่างที่พระเณรหลายๆรูปท่านบอกและสนทนากับดิฉัน พอมาเห็นการแสดงความคิดเห็นเรื่องภิกษุสันดานกากับหมามนุษย์ของพระมหาประยงค์ โฆสการีก็ดี ของคุณลมเหนือก็ดี และอีกหลายๆท่านก็ดี ทำให้ดิฉันเห็นชัดเจนขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับพระพุทธศาสนาค่ะ อยากให้มหาเถรสมาคม และพระเถระที่เป็นพระเถระพระสังฆาธิการ(เรียกไม่ถูกอย่าว่ากันนะค่ะ)ทำงานพระศาสนาควบคู่ไปกับการดูและพระสงฆ์สามเณรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และยืนหยัดต่อสู้กับสภาพสังคมที่เลวร้ายลงเรื่อยๆนี้ให้ได้ค่ะ
ขอฝากมหาเถรสมาคมด้วยนะค่ะ และช่วยกันบอกต่อด้วยนะค่ะ หากเห็นว่าที่ดิฉันแสดงความคิดเห็นไปนี้เป็นความจริงและพอจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง จะช่วยกันเผยแพร่กระตุ้นเตือนมหาเถรสมาคม กับกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม หรือ ขสมก. ด้วยก็ดีค่ะว่า งานที่ท่านรับผิดชอบอยู่นั้นมันจะกลายเป็นบาปกรรมที่ท่านไม่ตั้งใจทำหรือไม่มีโอกาสรับรู้เลยก็เป็นได้ แต่ถ้าไม่เห็นด้วยกับดิฉันก็ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะค่ะ สำหรับการติดตามเรื่อยมาจนจบ ขอบคุณค่ะ
ถึงความคิดเห็นที่ 30
งานนู๊ด กับภาพโป๊ ไม่เหมือนกันนะคะ ถ้าเรียนศิลปะมาน่าจะรู้ อย่างคุณไม่รู้เรื่องก็อย่างสะเออะเอามาเปรียบเทียบ แล้วอีกอย่างการส่งงานประกวดนั้นศฺลปินส่วนใหญ่แค่ต้องการพิสูจน์ตัวเอง มิใช่หวังเพียงล่าเงินรางวัล ความรู้เท่าหอยมดไม่ควร มาพูดแบบนี้
ไม่ทราบเหมือนกันครับ ว่าคุณอนุพงษ์ จันทอน คิดอย่างไรถึงได้เขียนภาพนี้ขึ้นมา อย่างภาพ ภิกษุสันดานกาหรือสันดานหมานี่ครับ
จริงๆแล้วอาจจะสรุปได้ว่า คุณอนุพงษ์ที่วาดรูปนี้ขึ้นมา วาดขึ้นมาเพราะปราศจากความรู้ที่แท้จริงในเรื่องเกี่ยวกับงานทางศิลปะ ซึ่งเราจะเรียกว่า ศิลปินก็ไม่ได้ครับ ต้องเรียกว่า ไอ้กุ๊ยข้างถนน ประเภทไร้กาละเทศะ คิดจะทำอะไรก็ทำในลักษณะบิดามารดาไม่สั่งสอน
ถ้าศึกษาแนวคิดปรัชญาทางศิลปะดูดีๆ ก็จะเห็นว่า แนวความคิดทางสุนทรีย์ศาสตร์ หรือปรัชญาศิลปะแรกเริ่ม เพลโต้ได้กล่าวว่า " ศิลปะจะต้องสนับสนุน ศีลธรรม และปรัชญา" นั่นก็คือ ศิลปะจะต้องประกอบทั้งความรู้และคุณธรรม ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่ไร้ค่าไร้ความหมายไป
อย่างคุณอนุพงษ์นี่เราจะเรียกว่าศิลปินไม่ได้ครับ ต้องเรียกว่าไอ้กุ๊ย หรือพวกไร้ค่าขยะสังคม ที่สร้างความเสือมเสียสร้างความแตกแยกให้กับสังคม
ดูอย่างศิลปะ ในยุโรปซิครับ ยุคกลางเป็นศิลปะที่สวยงามมากเกิดจากแรงบันดานใจทางศาสนาแทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ ตั้งแต่ ยุค ไบเซ้นไทน์ บราลอค ก็ได้รับอิทธิพลทางศาสนา หรือ การจุดกำเหนิดเกิดขึ้นของวรรณคดี วรรณกรรมต่างๆก็มีจากบทสวดอ้อนวอนพระเจ้าทางศาสนา
สรุปได้ว่าศิลปะจึงเป็นสิ่งที่สวยงามและสร้างสรรค์จรรโลงใจอย่างคุณอนุพงษ์อาจจะเป็นไปได้ที่ได้รับการเก็บกดจากการกระทำของมารดาตนในอดีตที่ฝังรากลึกในจิตใจ แล้วแสดงออกมาในลักษณะสุดโต่งเช่นนี้ หรืออาจเป็นการกระทำที่เกิดจากแรงผุดขึ้นมาจากภาพในอดีตที่เห็นมารดาตนสมสู่กับสัตว์เดรัจฉาน(สุนัข) จึงจินตนาการไปในทางที่ต่ำเช่นนี้
คาดว่าคุณ turkoo มีความรู้ด้านอดีตชาติของคนอื่นมากมายพอดู เลยรู้ว่าแม่ใครทำอะไรมาในอดีต
ขอถามว่า เคยเห็นอดีตชาติของตัวเองบ้างรึยัง ก่อนจะมาสรุปอดีตคนอื่น
ไม่เห็นด้วยกับภาพ ไม่จำเป็นต้องลามไปถึงบุพการีคนอื่นนะ
เก็บกดอะไรรึเปล่า
เราลืมคำว่า "แคร์" ความรู้สึกของคนดีกันไปหรือเปล่าเพราะส่วนมากทุกคนก็มักจะบอกว่าเป็นส่วนน้อยหรือว่าคนที่ทำดีแล้วไม่ต้องการคำสรรเสริญต่อไปเราไม่ต้องยกย่องกันเราก็ทำเรื่องของคนชั่วมาเสพสมกัน
"พระไทยประท้วงเรื่องห้ามเอาบริษัทเบียร์เข้าตลาดหุ้น/เรื่องเปิดบ่อน/เรื่องหวยออนไลน์ถูกด่ากัน............หายหาว่ายุ่งเรื่องทางโลก..แต่พระพม่าประท้วงการเมืองถูกยิงตายเรากลับสรรเสริญว่าเป็นวีรบุรุษ" .....โอ้มนุษย์ช่างมีอคติแท้.!!!!!!!!!
แค่นี้ก็แยกแยะไม่ออก ว่าศิลปินเค้าสื่อให้เห็นส่วนหนึ่งของสังคม พวกที่ทำหัวเสียกับภาพนี้ ดันเหมารวมเองนี่หว่า ถามจริงเหอะว่า ตัวเองเป็นคนดีแล้วเหรอ อย่ามาทำเป็นมือถือสากปากถือคัมภีร์หน่อยเลย ทุกวันนี้คนมันก็สวมหน้ากากใส่กันอยู่แล้ว มนุษย์มันก็ขี้เหม็นกันทุกคนแหล่ะ พระสงฆ์จะดีหรือเลวไม่เห็นเกี่ยวกับพวกคุณสักหน่อย พวกคุณทำตัวเองให้ดีก่อนเหอะ ปัดโธ่เอ้ย
ภิษุสันดานกา...
คำถามและขอความเห็น...
1 เราเรียนศิลปเพื่ออะไร?
2 ศิลปินเข้าไปวัด...หวังสร้างงานศิล...ยกระดับจิตใจ...หรือหวังอะไรซ้อนเร้นอยู่ในใจ...
3 ไม่ทราบว่าวัสดุที่ผู้ที่ถูกเรียกว่า...ผู้สร้างงานศิลปะนำมาใช้ทำผืนผ้าใบคืออะไร?
4 ได้ข่าวว่าคุณ..เป็นเด็กปั้น...ของผู้ใหญ่...จริงหรือไม่ (ถึงจริงก็ไม่ยอมรับ)
บันทึกอื่นๆ
- เก่ากว่า « ไม่ใส่กางเกงในใต้กระโปรง
- ใหม่กว่า » ‹ ‹ so that...the Sun will rise for one more day › ›











































































